ฐานทัพเรือเรียมที่เมืองพระสีหนุ

by admin
48 views

โครงการต่อเติมฐานทัพเรือของกัมพูชาที่จีนเป็นผู้สนับสนุน ทำให้สหรัฐฯ และออสเตรเลีย เกิดความวิตกกังวลเกี่ยวกับอิทธิพลที่ขยายตัวขึ้นของจีน ด้านผู้เชี่ยวชาญกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขง ชี้จีนกับกัมพูชาเป็นมิตรต่อกัน จีนจะใช้ประโยชน์จากฐานทัพเรืออย่างเต็มที่

เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2565 กัมพูชามีพิธีวางศิลาฤกษ์ โครงการต่อเติมฐานทัพเรือเรียม (Ream Naval Base) ในเมืองสีหนุวิลล์ เป็นความร่วมมือระหว่างจีน และกัมพูชา โดยมี พล.อ.เตีย บัน รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมกัมพูชา และ หวัง เหวินเทียน เอกอัครราชทูตจีนประจำกัมพูชา เข้าร่วมในพิธี

โครงการต่อเติมฐานทัพเรือเรียม สหรัฐฯ แสดงความกังวลเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมของจีนว่า จะเป็นการบ่อนทำลายความมั่นคงของภูมิภาค ไม่ต่างกับ แอนโทนี อัลบานีซี นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย ที่กังวล และเรียกร้องให้จีน แสดงความโปร่งใสถึงเจตนาที่แท้จริง และรับประกันว่า กิจกรรมของจีนจะเป็นไปเพื่อสนับสนุนความมั่นคง และเสถียรภาพในภูมิภาค

เมืองสีหนุวิลล์ (Sihanoukville) หรือเมืองพระสีหนุ หรือชื่อเดิมเมืองกัมปงโสม ก็คือเมืองเดียวกัน

ในวันที่ 8 มิ.ย.เช่นกัน The Washington Post รายงานข่าวด้วยการอ้างเจ้าหน้าที่จากชาติตะวันตก ระบุว่า สิ่งปลูกสร้างใหม่ในฐานทัพเรือเรียมของกัมพูชา สร้างขึ้นสำหรับกองทัพเรือของจีนโดยเฉพาะ

ทำให้ แอนโทนี อัลบานีซี นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย ออกมาแสดงความกังวลและเรียกร้องให้จีนแสดงความโปร่งใสถึงเจตนาที่แท้จริง และรับประกันว่ากิจกรรมของจีนเป็นไปเพื่อสนับสนุนความมั่นคง และเสถียรภาพในภูมิภาค

รองนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ต่อสายตรงถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศออสเตรเลีย ปฏิเสธเรื่องนี้ โดยระบุว่าเป็นข้อกล่าวหาที่ไม่มีมูล ขณะที่โฆษกรัฐบาลกัมพูชา กล่าวว่า การพัฒนาฐานทัพเรือของกัมพูชาไม่ใช่ความลับ และกัมพูชาจะไม่อนุญาตให้จีนมาใช้หรือพัฒนาพื้นที่ดังกล่าวเป็นฐานทัพเรือของจีน

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน เปิดเผยว่า การปรับปรุงฐานทัพเรือเรียม เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของกองทัพเรือกัมพูชาในการรักษาอธิปไตยทางทะเล และการปราบปรามอาชญากรรมทางทะเลเท่านั้น พร้อมตำหนิการรายงานของ The Washington Post ว่าเป็นการคาดเดาที่มุ่งโจมตีและใส่ร้าย

ความกังวลเกี่ยวกับฐานทัพเรือของกัมพูชา มีขึ้นตั้งแต่ปี 2019 หลังมีรายงานว่ากัมพูชาทำข้อตกลงลับ อนุญาตให้จีนนำเรือรบจอดเทียบท่าที่ฐานทัพเรือดังกล่าว

กรณีดังกล่าว นายทรงฤทธิ์ โพนเงิน ผู้เชี่ยวชาญกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขง กล่าวว่า การร่วมมือกับจีนของกัมพูชา เกิดขึ้นเพราะสมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโช ฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ไม่พอใจสหรัฐฯ ตั้งแต่ปี 1997 และความมั่งคงแห่งชาติของกัมพูชา คือ เสถียรภาพทางการเมืองของฮุนเซนและพรรคพวก

“ใครให้ฮุนเซนเยอะ ก็เลือกคนนั้น”

ในอดีตตั้งแต่เลือกตั้งปี 1993 กัมพูชาขอความช่วยเหลือมาโดยตลอด โดยเฉลี่ยไม่น้อยกว่า 700 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปี จนกระทั่งฮุนเซนเข้ามายึดอำนาจปี 1997 ฮุนเซนก็ถูกชาติตะวันตกกล่าวหาว่า ไม่เป็นประชาธิปไตย ตั้งแต่นั้นมา ฮุนเซนต้องหาทางออกเอง จึงไปพบจีน ซึ่งจีนก็ไม่เคยต่อว่าเขา ไม่มีข้อแม้ใด ๆ กับการให้ความช่วยเหลือ

“สหรัฐฯ เคยให้กัมพูชามาก่อน แต่กลับมีเล่ห์เหลี่ยม ขณะที่จีนไม่เคยตำหนิ มีแต่ให้อย่างเดียว จีนไม่ได้เป็นภัยกับฮุนเซนเลย”

ผู้เชี่ยวชาญกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขง มองว่า ฐานทัพเรือเรียมไม่ใช่ฐานทัพลับ ทุกประเทศมีอธิปไตย กองทัพไม่ได้มีไว้แทรกแซง แต่ที่กัมพูชาไม่ลังเลที่จะผูกมิตรกับจีน เพราะทั้ง 2 ประเทศเป็นมิตรต่อกัน และจากนี้จีนจะใช้ประโยชน์จากฐานทัพเรือเรียมอย่างเต็มที่

จีนสร้างจุดยุทธศาสตร์ เพื่อส่งกำลังบำรุงทางทหารควบคู่กับการใช้ในเชิงพาณิชย์

เมื่อวันที่ 9 มิ.ย.2565 รศ.ปณิธาน วัฒนายากร ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านความมั่นคง วิเคราะห์จีนให้การช่วยเหลือพัฒนาฐานทัพเรือเรียม ประเทศกัมพูชา ว่า เป็นเรื่องดี เป็นโครงการตามยุทธศาสตร์ของจีน และกัมพูชา แท้จริงแล้วก็เป็นของอาเซียนด้วย ที่จะพัฒนาพื้นที่ให้ทันสมัย

การพัฒนาในพื้นที่กว่าแสนไร่ จะมีสนามบินขนาดใหญ่ มีท่าเรือขนาดใหญ่ มีโรงแรม และมีสถานที่ท่องเที่ยว ซึ่งโลกเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะเปลี่ยนไป แต่หลายประเทศก็มีข้อกังวลกับโครงการนี้อยู่ไม่น้อย

รศ.ปณิธาน กล่าวว่า เป้าหมายของจีนชัดเจนว่าต้องการจะปักหลักอยู่ในพื้นที่ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ จีนต้องการเข้ามาใช้พื้นที่เพื่อส่งกำลังบำรุงทางการทหาร คล้าย ๆ กับสหรัฐฯ ที่เข้าไปใช้พื้นที่ของสิงคโปร์ เพื่อส่งกำลังบำรุงทางเรือ

“เขาจะไม่เรียกพื้นที่นี้ว่า ฐานทัพ แต่เรียกว่า เป็นที่อำนวยความสะดวก”

กัมพูชาให้สิทธิกับจีนพัฒนาโครงการดังกล่าวเป็นเวลา 99 ปี และมีข้อสังเกตว่า อาจจะมีสิทธิในการใช้พื้นที่เพื่อการทหารด้วย แต่ยังไม่แน่ชัด ขณะที่ทางฝั่งตะวันตกของกัมพูชาชัดเจนแล้วว่าเป็นหนึ่งในจุดยุทธศาสตร์ของจีน จาก 4-5 จุดที่จีนประกาศไว้ว่า จะต้องพัฒนาให้ได้ภายใน 30 ปี เพื่อใช้ส่งกำลังบำรุงกับกองเรือขนาดใหญ่

รศ.ปณิธาน มองว่า แม้กองเรือจีนจะเป็นกองทัพเรือที่ใหญ่ที่สุด แต่ขีดความสามารถยังไม่เท่ากับสหรัฐฯ ขณะที่กองทัพอากาศของจีนเป็นที่ 3 ของโลก เพราะฉะนั้นจีนจะต้องมีที่ซ่อมบำรุงทั่วโลก และหมายรวมถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วย

ขณะเดียวกัน จีนก็ยังพยายามเจรจากับสิงคโปร์เพื่อขอใช้ฐานทัพ ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่สิงคโปร์จะให้จีนใช้ในระยะยาว

นอกจากนี้ รศ.ปณิธาน กล่าวอีกว่า จีนจะมีอิทธิพลมากขึ้นในอาเซียนจากการสนับสนุนประเทศต่าง ๆ โดยในลุ่มน้ำโขง และในเขตการบังคับบัญชาทางการทหารของจีนทางตอนใต้จีนเริ่มมีบทบาทมากขึ้นในช่วง 2-3 ปีนี้ แต่จีนก็ยังคงเดินหน้าขยายอิทธิพลด้วยความระมัดระวัง ทั้งนี้ ยังไม่เคลื่อนไหวในทะเลจีนใต้มากนัก แต่ในอนาคตก็เป็นไปได้ ถ้าจีนมีความพร้อมกว่านี้

รศ.ปณิธาน วัฒนายากร

You may also like

Leave a Comment