ฟื้นสัมพันธ์ไทย-ซาอุดี อาระเบียคืบหน้ามาก ซาอุฯ ต้องการแรงงานไทยทุกด้าน งานท่องเที่ยวเนื้อหอมที่สุด

by admin
50 views

นับเป็นครั้งแรกในรอบ 32 ปี กระบวนการฟื้นความสัมพันธ์ระหว่างไทย-ซาอุดีอาระเบีย นายกฯ ประยุทธ์ไปเยือน และกราบบังคมทูลเชิญเจ้าชายมุฮัมมัด บิน ซัลมาน บิน อับดุลอะซีซ อัลซะอูด มกุฎราชกุมาร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีกลาโหมแห่งซาอุฯ เสด็จฯ เยือนประเทศไทยโดยได้มีหนังสือกราบบังคมทูลเชิญเป็นลายลักษณ์อักษรไปแล้ว พระองค์ทรงตอบรับว่าจะเสด็จเยือนไทยภายในปี 2565
.
EEC News มีโอกาสสัมภาษณ์นายอิศอม ศอเลียะห์ เอช.อัลฌุฏอยลี (Mr.Essam Saleh H.Algetale) อุปทูตราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบียประจำประเทศไทยถึงความก้าวหน้าในความสัมพันธ์, สถานการณ์ด้านแรงงานไทย-ซาอุฯ รวมทั้ง “วิสัยทัศน์ซาอุดีอาระเบีย ค.ศ. 2030” (Saudi Vision 2030) โดยซาอุฯ มุ่งเป้าการท่องเที่ยว 100 ล้านคนต่อปีแน่นอนว่า บุคลกร และแรงงานด้านการบริการและโครงสร้างพื้นฐานไทย เนื้อหอม..เป็นลำดับแรกๆ

ถาม : สัมพันธ์ ไทย – ซาอุดีอาระเบีย 32 ปีที่มีความหมาย นับจากปี 1997 จนปัจจุบันหลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีไทยหลายเข้าเฝ้า เจ้าชายมูฮัมมัด บิน ซัลมาน บิน อับดุลอะชีช อัลซะอูด มกุฎราชกุมาร นำมาสู่การเจรจาการค้าระหว่างรัฐมนตรีทั้ง 2 ประเทศ อย่างไร?

ตอบ : ก่อนอื่นท่านขอต้อนรับคณะจาก EEC News ทุกท่านที่ได้มีโอกาสมาพบปะท่าน และมาสัมภาษณ์ท่านในวันนี้ และขอต้อนรับ ทักทายท่านผู้ชมที่ชมรายการอยู่ทางบ้านด้วยเช่นกัน ที่ชมรายการผ่านทาง EEC News ในขณะนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับซาอุดิอาระเบียนั้น เป็นความสัมพันธ์ที่เก่าแก่มาก เริ่มต้นตั้งแต่ปี 1957 และความสัมพันธ์ได้ผ่านไปหลายๆ ช่วง หลายๆ ระยะเวลา จนกระทั่งนำไปสู่การลดความสัมพันธ์ทางการทูตลงระหว่างสองประเทศ

นับตั้งแต่ที่ท่านนายกฯ ประยุทธ์ จันทร์โอชา ท่านได้มีโอกาสไปเยือนประเทศซาอุดิอาระเบียในช่วงเวลาที่ผ่านมา ในวันที่ 25 มกราคม ปี 2022 การเยือนของท่านนายกประยุทธ์ในครั้งนั้นเป็นการเยือนตามคำเชิญของ มกุฎราชกุมารมูฮัมมัด บิน ซัลมานฯ เป็นเหตุทำให้มีความคืบหน้า ปรากฏการณ์ในเรื่องของการฟื้นสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศอีกครั้งหนึ่ง

การพบกันในครั้งนั้นเป็นการพบกันครั้งสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์ของทั้งสองประเทศ การพบปะระหว่างท่านนายกฯ ประยุทธ์ จันทร์โอชา กับท่านมกุฎราชกุมารฯ ในครั้งนั้นมีการแถลงการณ์อย่างชัดเจนว่าจะมีความคืบหน้า ในเรื่องของความร่วมมือด้านต่างๆ ระหว่างสองประเทศ เพราะฉะนั้นถือว่าเป็นเครื่องยืนยันว่ามีจุดเริ่มต้นของความร่วมมือที่จะพัฒนาประเทศ พัฒนาความสัมพันธ์ในมิติของอนาคตต่อไป
ท่านอุปทูตขอยืนยันว่าความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับซาอุดิอาระเบีย ไปยังสังคมไทย ไปยังประเทศไทย พี่น้องประชาชนคนไทยทุกคนว่า ความสัมพันธ์ระหว่างซาอุดิอาระเบียกับไทยนั้นในขณะนี้ มีความคืบหน้าดีกว่าเดิมที่ผ่านมา ซึ่งมีความพยายามที่จะร่วมมือกันในมิติที่หลากหลาย ในหลากหลายด้านของความร่วมมือ และความพยายามนี้ได้เริ่มต้นไปแล้วเมื่อสามเดือนครึ่งที่ผ่านมา และมีความคืบหน้าของการหารือ การพบปะต่างๆ จนกระทั่งวันนี้วิสัยทัศน์ มุมมองด้านต่างๆ มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น

มีคณะผู้แทนจากซาอุดิอาระเบียเดินทางมายังประเทศไทยในช่วงปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เป็นตัวแทนของรัฐบาลซาอุดิอาระเบีย เป็นเจ้าหน้าที่ของทางการซาอุดิอาระเบียมาทั้งหมด 55 คน มาในนามของกระทรวง ทบวงกรมทั้งหมดประมาณ 60 หน่วยงานด้วยกัน และได้มีการแลกเปลี่ยนพูดคุยกับทางการของประเทศไทยด้วย

มีการลงนามในเรื่องต่างๆ ระหว่างไทยกับซาอุฯ ในการพบปะในครั้งนั้นด้วยเช่นกัน และทุกๆ มิติในการหารือในครั้งนั้น ในการลงนามนั้นเป็นมิติใหม่สำหรับประเทศไทยด้วย และยังมีการหารือเรื่องของการหาที่จะหาโอกาสในการพัฒนาด้านอาชีพการงานต่างๆ ในอนาคตสำหรับคนไทยที่จะไปทำงานในซาอุดิอาระเบียด้วยเช่นกัน แล้วในการพบปะพูดคุยกันครั้งนั้นก็ได้มีข้อตกลงที่จะทำโรดแมพ เพื่อเสริมความสัมพันธ์ให้กับทั้งสองประเทศเพิ่มมากยิ่งขึ้น ในมิติ และในสาขาแขนงต่างๆ

ถาม : นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงาน ได้ดำเนินความร่วมมือด้านแรงงานจนเกิดการลงนามความตกลงด้านแรงงาน จำนวน 2 ฉบับ ได้แก่.. ความตกลงว่าด้วยการจัดหาแรงงาน และความตกลงว่าด้วยการจัดหาแรงงานที่เป็นแม่บ้าน กรมการจัดหางาน (กกจ.) อยู่ระหว่างการรับแจ้งตำแหน่งงานจากสำนักงานในราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย (กรุงริยาด) และนายจ้างจากซาอุฯ จากนั้นจะสามารถจัดส่งแรงงานไทยชุดแรกได้ใน 45 วัน ต่อมาคือการสานงานต่อโดยเอกชน หอการค้าฯเยี่ยมชมเมืองเพื่อทำความเข้าใจซาอุดีอาระเบีย

ตอบ : ที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ ระหว่างวันที่ 15-18 พฤษภาคม ที่ผ่านมา มีคณะผู้แทนจากประเทศไทยทั้งจากภาครัฐ รัฐบาล และภาคเอกชนเดินทางไปเพื่อจะไปสานต่อโรดแมพตรงนี้ด้วยเช่นกัน และการเดินทางครั้งนี้หัวหน้าคณะก็คือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศฯ ท่านดอน (ปรมัติวินัย) พร้อมคณะฯ ทั้งหมดประมาณ 154 คน ไปหารือกัน ทางโน้น นอกจากนี้ในส่วนของทางผู้นำด้านเศรษฐกิจที่ไปก็คือท่านประธานหอการค้าไทย ท่านสนั่น (อังอุบลกุล) ได้เดินทางไปเยือนกรุงริยาด โดยมีผู้ใหญ่ทางนั้นให้การต้อนรับ มีการพูดคุยกันถึงความเป็นไปได้ในเรื่องของการที่จะลงทุนในประเทศซาอุดีอาระเบียและในประเทศไทยด้วยเช่นกัน

นอกจากเยือนเมืองริยาดแล้วยังได้มีโอกาสไปเยือนเมืองอื่นๆ ในซาอุดีอาระเบีย เมืองทางภาคเหนือ มาดีนะ อัลอุลา และไปเมืองเจดดาห์ และก็ยังไปเมืองอื่นอีกหลายๆ เมือง ถือว่าเป็นทริปสั้นๆ ที่ได้ไป แต่ว่าได้ไปรู้จักซาอุดีอาระเบียมากยิ่งขึ้น

ในส่วนของด้านแรงงานถือว่าเป็นคล้ายๆ แลกเปลี่ยนและเป็นการรับรู้ความต้องการของทั้งสองฝ่ายว่า ซาอุดีอาระเบียยังต้องการอะไร และประเทศไทยยังมีอะไรบ้างที่จะสามารถจัดหาไปให้ทางนั้นได้

ถาม : ตำแหน่งงานยังไม่ชัดเจน!! อุปทูตราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย ประจำประเทศไทยชี้ว่า..ซาอุฯ ต้องการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว อัพตัวเลขนักท่องเที่ยว เป้าหมาย 100 ล้านคน ในปี 2030!! แรงงานด้านการท่องเที่ยวเนื้อหอม…

ตอบ : ช่วงประมาณกลางเดือนมีนาคม รัฐมนตรีแรงงานฯ ก็ได้ไปทำ MOU กับรัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรมนุษย์ และพัฒนาสังคมของซาอุดีอาระเบีย ในส่วนของแรงงานถือว่าเป็นหนึ่งในสิ่งที่ได้มีการพูดคุยกันแล้วถือว่าเรื่องที่จะต้องคุยกันต่อไประหว่างสองประเทศ เพื่อที่จะหาว่างแรงงานประเภทใดบ้างที่เป็นความต้องการของซาอุดีอาระเบียในขณะนี้ ตลาดแรงงานในซาอุดีอาระเบียนั้นค่อนข้างใหญ่มาก และสามารถที่จะตอบรับหรือว่าต้องการแรงงานที่จะไปทำงานได้เยอะมาก จะต้องตอบรับกับวิชชั่น 2030 ของประเทศซาอุดิอาระเบียด้วยเช่นกัน เพราะฉะนั้นซาอุดีอาระเบียจึงมีความต้องการแรงงานที่หลากหลาย เช่น แรงงานที่เอาไปเป็นช่างก่อสร้าง เป็นแรงงานที่จะไปมีส่วนช่วยในการก่อสร้างส่วนต่อขยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของสนามบิน เรื่องของรถไฟ อะไรต่างๆ เหล่านั้น ไปในเรื่องคมนาคม

นอกจากนั้นยังไปเป็นเรื่องของพยาบาล เจ้าหน้าที่จะทำด้านสาธารณสุข และยังมีเรื่องของแม่บ้าน เรื่องของเจ้าหน้าที่ที่จะดูแลเรื่องของการต้อนรับต่างๆ เพราะฉะนั้นประเทศซาอุดีอาระเบียเป็นตลาดค่อนข้างที่จะกว้างใหญ่ และมีความต้องการที่จะรองรับแรงงานต่างๆ เหล่านี้ จากประเทศไทยเยอะมากในอนาคตข้างหน้า ในสาขาต่างๆ ที่ได้เอ่ยไว้ตรงนี้

โดยเฉพาะอย่างยิ่งความต้องการของ วิสัยทัศน์ 2030 ของซาอุดีอาระเบีย นั้น ต้องการที่จะรับนักท่องเที่ยวภายในปี 2030 นี้ถึง 100 ล้านคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศไทยมีประสบการณ์ มีความชำนาญในเรื่องของการดูแลและการให้การบริการนักท่องเที่ยวเป็นอย่างดี และการเที่ยวในที่เหมือนเกาะต่างๆ ที่ออกนอกเมือง เพราะฉะนั้นในซาอุดิอาระเบียเอง ก็มีความต้องการคนเหล่านี้ที่จะไปช่วยแนะนำ ไปช่วยในเรื่องของการขยายการท่องเที่ยว เพราะซาอุดีอาระเบียต้องการที่จะพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวที่อยู่ทางทะเลแดง และตรงนั้นยังมีเกาะ แก่งต่างๆ มากมายเลยทีเดียว ต้องการจะพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวประเภทเกาะแก่งต่างๆ ก็ต้องไปสร้างโรงแรม ที่พัก และทำให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว ที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกที่จะเข้าไป

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยว และกีฬาของไทย (นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ) ก็ไปเยือนประเทศซาอุดีอาระเบียเมื่อวันที่ 15-18 พฤษภาคม ที่ผ่านมาเช่นกัน เพื่อเป็นการพูดคุยกันถึงเรื่องของแผน ว่าเราจะมีความร่วมมือกันอย่างไรในการที่จะดูแลการท่องเที่ยวไปด้วยกันระหว่างสองประเทศนี้ ซึ่งเป็นเรื่องไม่ง่ายเลยที่จะกำหนดให้ตายตัวว่าจะเอาแรงงานประเภทไหนที่ชัดๆ เพราะว่าความต้องการของซาอุดีอาระเบียมีหลากหลาย เพราะฉะนั้นวันนี้จึงยังไม่สามารถที่จะกำหนดได้ว่าจะเอาอันนั้นอันนี้ อันนั้นไม่เอา ยังพูดไม่ได้
ความต้องการที่จะใช้แรงงานไร้ฝีมือหรือแรงงานที่มีฝีมือมีความต้องการสูงและมีความหลากหลาย เพราะฉะนั้นถ้าสรุปสั้นๆ คือเอาแรงงานที่ไม่ใช้ทักษะและแรงงานที่ใช้ทักษะทั้งหมด เอาไปอยู่ที่นั่น เพราะฉะนั้นเราอยากจะยืนยันว่าเรื่องของแรงงานเรื่องอะไรต่างๆ เราทั้ง สองมีการคุยแล้ว

ส่วนประเภทของอาชีพที่จะเอาไปทำ ตอนนี้ยังไม่ได้กำหนดเจาะจงว่าต้องจะเริ่มอันไหนก่อน จะดูว่าอันไหนความต้องการแบบไหนมาก่อน ความต้องการแบบไหนมาหลังก็จะจัดลำดับความสำคัญก่อน-หลัง แล้วก็จะจัดสรรลงไป ตอนนี้ทางซาอุดิอาระเบียก็ประสานงานอย่างใกล้ชิดกับรัฐมนตรีแรงงานของไทยอยู่อย่างต่อเนื่องเพื่อที่จะกำหนดว่าในท้ายที่สุดแล้วเราจะเริ่มการส่งออกแรงงานในมิติไหน อย่างไร แล้วจะมีกฎระเบียบ กติกาต่างๆ ที่จะเป็นรายละเอียดระหว่างสองประเทศได้อย่างไรบ้าง

ถาม : ความสัมพันธ์ที่ดีทั้ง 2 ประเทศ จะเป็นพันธมิตรที่ดีและมอบโอกาสทางการค้า การลงทุนที่ดีต่อกันด้วยหัวใจ อุปทูตราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบียประจำประเทศไทย เสียดายในช่วงโควิด 19 พลาดโอกาสเที่ยวชมเมือง หากสถานการณ์โรคระบาดดีขึ้นท่านต้องไปให้ครบ 4 ภาค

ตอบ: ครั้งที่ท่านนายกฯ ประยุทธ์ เดินทางไปเข้าเฝ้ามกุฎราชกุมาร เมื่อวันที่ 25 มกราคม ที่ผ่านมา เราคุยกันหลายเรื่อง และเรื่องหนึ่งที่มีการหารือกันคือ เรื่องที่จะมีการแต่งตั้ง เอกอัครราชทูตคนใหม่ มาอยู่ในสถานทูตซาอุดีอาระเบียประจำประเทศไทย ตอนนี้อยู่ในช่วงสุดท้ายของการหารือว่าจะมาเมื่อไหร่ ยังไง ช่วงนี้ล่ะครับ สุดท้ายแล้วก็คิดว่าจะมาเร็วๆ นี้ จะมีทูตมา เพราะในขั้นตอนทางการทูต จะมีเรื่องของการเตรียมเอกสารต่างๆ เพราะฉะนั้นอาจจะใช้เวลาอีกเล็กน้อย แต่แน่นอนว่าการแต่งตั้งเอกอัครราชทูตไม่ใช่เกิดเฉพาะในประเทศไทยอย่างเดียว แต่เกิดระหว่างสองประเทศเลย ไทยก็ส่งไปโน่นด้วย ทางโน้นก็ส่งมาไทยด้วยเช่นกัน

ท่านอุปทูตทำหน้าที่ประมาณ 1 ปี 9 เดือน ท่านยังไม่มีโอกาสได้ออกไปนอกกรุงเทพฯ เลย ด้วยเหตุที่ว่าช่วงที่ท่านมาอยู่ช่วงแรกๆ เป็นช่วงโควิดระบาดหนัก เลยต้องควบคุมสถานการณ์ กักตัวต่างๆ ท่านบอกว่าช่วงที่อยู่ตอนนั้นถึงตอนช่วงโควิดก็ไม่ได้ออกไปไหน และช่วงที่โควิดเบาลงท่านก็มีโอกาสไปภาคเหนือ ไปเชียงใหม่และได้มีโอกาสไปทางชลบุรีและผ่านไปทาง EEC ด้วย ท่านมีความปรารถนาอยากจะไป ไม่ใช่เฉพาะภาคใต้ อยากจะไปทุกที่ของประเทศไทย ถ้ามีโอกาสอยากจะไปแต่ว่าทุกอย่างนั้นก็อยู่ที่โอกาส ในอนาคตว่าจะมีโอกาสได้มีเวลาที่จะเดินทางไปหรือเปล่า

ท่านบอกว่าที่ซาอุฯ ท่านมีโอกาสได้ไปพบกับคนไทยที่อยู่ในสถานทูตไทยในกรุงริยาด และที่สถานกงสุลไทยกรุงเจดดาห์ ท่านขอขอบคุณที่ EEC News ให้โอกาสท่านได้มาพบกับผู้ชมชาวไทยในวันนี้ ท่านจึงขออนุญาตใช้เวลาที่ดีในวันนี้เพื่อ เชิญชวน และประชาสัมพันธ์ให้คนไทย ได้มีโอกาสไปเยือนประเทศซาอุดิอาระเบีย และได้ไปศึกษาเกี่ยวกับประเทศซาอุดิอาระเบีย ในลักษณะของการเป็นนักท่องเที่ยว ท่านบอกว่าตั้งแต่วันที่ 25 มกราคม ที่ท่านนายกฯ ไป จนถึงวันนี้ ระหว่างซาอุดีอาระเบียกับประเทศไทยได้ดำเนินการในเรื่องของขั้นตอนต่างๆ ที่จะร่วมมือกันในมิติต่างๆ ไปมากมายหลายเรื่องแล้ว

แม้ว่าเวลาตั้งแต่มกราคมถึงช่วงนี้ประมาณสามเดือนครึ่ง เป็นเวลาสั้นๆ แต่ว่าทั้งสองประเทศได้มีเวลาเตรียมตัวมากมายเลยทีเดียว และหวังว่าช่วงเวลา อนาคตที่เหลืออีกไม่นานเราก็คงจะได้มีโอกาสที่จะทำทุกสิ่งทุกอย่างที่มีอยู่ในแผนโรดแมพให้เสร็จสิ้นสมบูรณ์ให้เร็วที่สุด
ท่านหวังว่าการฟื้นสัมพันธ์ทางการฑูตของซาอุดิอาระเบีย และไทยในครั้งนี้จะทำให้คนไทยได้รับประโยชน์จากหลายสิ่งหลายอย่างจากซาอุดิอาระเบีย และซาอุดิ อาระเบียเองก็จะได้ประโยชน์จากประเทศไทยด้วยเช่นกัน

You may also like

Leave a Comment