อีวี ไทยแลนด์..เดือด เทสลา ชน ฟ็อกซ์คอนน์-GWM สนามนี้..มันส์แน่!!

by admin
19 views

การจดทะเบียนตั้งบริษัทในประเทศไทยของผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าอันดับ 1 ของโลกอย่างเทสลา เมื่อวันที่  25 เมษายน 2565 ด้วยทุนจดทะเบียน 3 ล้านบาท สร้างความฮือฮา และสั่นสะเทือนให้กับวงการรถยนต์ แต่ก็ไม่ถือว่าเป็นเรื่องเหนือความคาดหมาย เพราะก่อนหน้านี้มีกระแสการบุกตลาดอาเซียนของเทสลาโดยเล็งไว้ 2 ประเทศคือ ไทย กับ อินโดนีเซีย

ในขณะที่หากย้อนกลับไปในปี 2015 เทสลาก็เคยมีข่าวเตรียมนำรถยนต์ 2 รุ่นเข้ามาแสดงในงานมอเตอร์เอ็กซโป ผ่านตัวแทนจำหน่ายรายหนึ่ง แต่ในที่สุดก็ต้องยกเลิกเนื่องจากการสื่อสารผิดพลาด ทำให้คนไทยอดยลโฉมโมเดลรถยนต์ไฟฟ้าของเทสลาในคราวนั้น แต่การจัดตั้งบริษัทของเทสลาครั้งนี้ไม่ใช่ข่าวโคมลอย  เพราะเป็นข้อมูลจากเว็บไซต์กรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือ DBD ที่ระบุ ว่า บริษัท เทสลา ของ อีลอน มัสก์ ได้จัดตั้ง “บริษัท เทสลา (ประเทศไทย) จำกัด” โดยมีรายชื่อคณะกรรมการ ประกอบด้วย นายเดวิด จอน ไฟน์สไตน์ นายไวภา ตเนชา และ นายยารอน ไคลน์ 

ประเด็นที่เรายังไม่ทราบแน่ชัดก็คือ การจัดตั้งบริษัทในไทยของเทสลาครั้งนี้ เป็นเพียงตัวแทนการนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าของเทสลามาจำหน่าย หรือ ต้องการตั้งโรงงานผลิตในประเทศไทย เพราะหากเป็นการตั้งฐานการผลิต เทสลาก็มี 2 ช้อยส์ให้เลือกคือไทย กับ อินโดนีเซีย อย่างไรก็ตาม การจัดตั้งบริษัทสาขาในไทยก็มีแนวโน้มความเป็นไปได้ว่าเทสลาอาจตัดสินใจใช้ไทยเป็นฐานการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในกลุ่มประเทศอาเซียน ซึ่งหากเป็นเช่นนั้น ฐานการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าของไทยจะคึกคัก และห้ำหั่นกันอย่างดุเดือดแน่นอน เพราะมีทั้ง “ฟอกซ์คอนน์” และ “เกรท วอลล์ มอเตอร์ หรือ GWM” ชูโรงอยู่ก่อนแล้ว

โดยก่อนหน้านี้ “ฟ็อกคอนน์” ผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ อันดับ 1 ของโลก เข้ามาจับมือกับ ปตท.ซึ่งเป็นบริษัทพลังงานชั้นนำของโลก สร้างโรงงานผลิตยานยนต์ไฟฟ้าครบวงจรระดับอาเซียน โดยหลังประกาศร่วมทุนกว่า 1 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือกว่า 3 หมื่นล้านบาท เมื่อกันยายน 2564  ปตท. และ ฟ็อกซ์คอนน์ ก็บรรลุข้อตกลงจัดตั้งบริษัทร่วมทุนที่ชื่อว่า  บริษัท ฮอริษอน พลัส จำกัด (HORIZON PLUS) โดยการจัดตั้งบริษัทใหม่ครั้งนี้ ดำเนินการผ่านบริษัทย่อยในเครือคือ บริษัท อรุณ พลัส จำกัด (ARUN PLUS) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) และ บริษัท หลินยิ่ง อินเตอร์เนชั่นแนล อินเวสเมนท์ จำกัด (Lin Yin International Investment) บริษัทในเครือบริษัท หงไห่ พริซิชั่น อินดัสทรี จำกัด (Hon Hai Precision Industry) หรือ ฟ็อกซ์คอนน์ เทคโนโลยี กรุ๊ป (Foxconn Technology Group) สร้างโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแห่งใหม่ บนพื้นที่กว่า 350 ไร่ ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) คาดว่าโรงงานแห่งนี้จะแล้วเสร็จพร้อมผลิตรถยนต์ EV สู่ตลาดภายในปี 2567

ฮอริษอน พลัส กลายเป็นบริษัทผลิตรถยนต์ไฟฟ้าที่น่าจับมองที่สุดในเวลานี้ เพราะรถยนต์ไฟฟ้าที่จะผลิตออกมาในอนาคตไม่ได้แข่งขันแค่ตลาดเมืองไทยเท่านั้น แต่มีเป้าหมายเป็นผู้นำระดับอาเซียนกันเลยทีเดียว มีเป้าหมายผลิตยานยนต์ไฟฟ้า 4 ล้อ (รถยนต์นั่งส่วนบุคคล) ออกสู่ตลาดภายในปี 2567 กำลังการผลิต 50,000 คัน/ปี ในระยะแรก และจะขยายกำลังการผลิตไปถึง 150,000 คัน/ปี ภายในปี 2573 เพื่อให้สอดรับกับความต้องการใช้ EV ทั้งภายในประเทศและภูมิภาคอาเซียนที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง

อีกค่ายหนึ่งที่เข้ามาที่เข้ามาปักฐานการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในเมืองไทยคือ เกรท วอลล์ มอเตอร์ส (Great Wall Motors : GWM) ของจีน ที่ตัดสินใจซื้อโรงงานในจังหวัดระยองของเจนเนอรัลมอเตอร์ส (GM) ซึ่งถอนรถยนต์เชฟโรเลตออกจากตลาดเมืองไทยเมื่อปลายปี 2020 เกรท วอลล์ มอเตอร์ ถือเป็นบริษัทผู้ผลิตรถยนต์เอกชนรายใหญ่ของจีน มีสำนักงานใหญ่อยู่ในมณฑลเหอเป่ย ปัจจุบันได้รับการจัดอยู่ในระดับท็อป 3 ของค่ายรถยนต์แดนมังกรร่วมกับ Zhejiang Geely Holding Group และ Chery Automobile

เกรท วอลล์ มอเตอร์ส ตั้งเป้าหมายขยายธุรกิจไปทั่วภูมิภาคอาเซียน โดยมีประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิต และส่งออกผลิตภัณฑ์ไปยังประเทศต่างๆในภูมิอาเซียน รวมถึงประเทศออสเตรเลียด้วย โดยมุ่งปั้นประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางของภูมิภาคอาเซียนในการผลิตและส่งออกรถยนต์พลังงานทางเลือก ด้วยกำลังการผลิตรถยนต์ประมาณ 80,000 คันต่อปี

แนวโน้มของอุตสาหกรรมยานยนต์ในภูมิภาคอาเซียนกำลังเติบโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งประเทศไทยนับเป็นประเทศที่มีพื้นฐานด้านอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่ง อยู่ในระดับแนวหน้า อีกทั้งยังได้รับการยกย่องว่าเป็นฐานการผลิตยานยนต์ที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ทั้งความพร้อมด้านบุคลากร ตลอดจนระบบนิเวศที่พัฒนาอย่างสมบูรณ์ เพื่อรองรับอุตสาหกรรมยานยนต์ที่จะเติบโตขึ้น..งานนี้สนุกแน่

You may also like

Leave a Comment