สถานการณ์รอบโลก วันพุธที่ 18 พฤษภาคม

by admin
17 views

“ไบเดน” เปิดทำเนียบขาวต้อนรับผู้นำฟินแลนด์-สวีเดน ว่าที่น้องใหม่นาโต

ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐ เตรียมเปิดทำเนียบขาวต้อนรับผู้นำฟินแลนด์ และสวีเดนในวันพฤหัสบดี ที่ 19 พ.ค.นี้ และจะมีการหารือกันเกี่ยวกับการที่ทั้งสองประเทศจะเข้าร่วมเป็นสมาชิกขององค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต)

“ในวันพฤหัสบดี ท่านประธานาธิบดีไบเดนจะให้การต้อนรับท่านนายกรัฐมนตรีแมกดาเลนา แอนเดอร์สสันแห่งสวีเดน และท่านประธานาธิบดีเซาลี นีนิสเตอแห่งฟินแลนด์ที่ทำเนียบขาว ผู้นำทั้งสามจะหารือกันเกี่ยวกับการสมัครเป็นสมาชิกนาโต และความมั่นคงในยุโรป รวมทั้งการกระชับความร่วมมือในประเด็นระดับโลก และให้การสนับสนุนต่อยูเครน” นางแครีน ฌ็อง-ปิแอร์ โฆษกทำเนียบขาวกล่าว

ทั้งนี้ นางแอนเดอร์สสันกล่าวว่า สวีเดนและฟินแลนด์จะยื่นใบสมัครพร้อมกันในวันพรุ่งนี้ ในการเข้าเป็นสมาชิกนาโต
“เราจะสมัครเป็นสมาชิกนาโตพร้อมกันในวันพรุ่งนี้” นางแอนเดอร์สสันกล่าว

ฟินแลนด์-สวีเดน จูงมือยื่นใบสมัครเข้าเป็นสมาชิกนาโต

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ฟินแลนด์ และสวีเดน สองชาติในกลุ่มนอร์ดิก ได้ยื่นใบสมัครเข้าเป็นสมาชิกขององค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ หรือนาโต อย่างเป็นทางการแล้ว ที่สำนักงานใหญ่ของนาโตในกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม เมื่อวันพุธ (18 พ.ค.) นี้ ซึ่งเป็นการตัดสินใจละทิ้งสถานะความเป็นกลางทางทหารที่ดำรงไว้มานานของทั้งสองชาติ เพื่อเข้าร่วมในกลุ่มพันธมิตรทางทหารนาโต ทั้งนี้ คาดว่ากระบวนการเข้าเป็นสมาชิกนาโตของฟินแลนด์และสวีเดนจะใช้เวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์

การตัดสินใจอย่างแน่วแน่นี้ของสวีเดน และฟินแลนด์ ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงสถาปัตยกรรมด้านความมั่นคงในยุโรปครั้งสำคัญ และสะท้อนถึงความคิดเห็นของประชาชนในภูมิภาคนอร์ดิกที่เปลี่ยนแปลงไป หลังจากรัสเซียเปิดฉากสงครามบุกยูเครนเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

“นี่เป็นช่วงเวลาแห่งประวัติศาสตร์ที่เราต้องฉวยเอาไว้ ผมยินดีต้อนรับคำร้องขอของฟินแลนด์ และสวีเดนที่จะเข้าร่วมนาโต คุณเป็นหุ้นส่วนที่ใกล้ชิดที่สุดของเรา และการเป็นสมาชิกของคุณในนาโตจะเพิ่มพูนความมั่นคงของเราร่วมกัน” นายเยนส์ สโตลเทนเบิร์ก เลขาธิการนาโต กล่าวในพิธีที่มีขึ้นสั้นๆ ขณะเอกอัครราชทูตของสวีเดน และฟินแลนด์เดินทางมายื่นใบสมัครเข้าเป็นสมาชิกนาโตอย่างเป็นทางการ โดยใบสมัครของแต่ละชาติที่เป็นสีขาว มีลายนูนของธงชาติแต่ละชาติตีพิมพ์ไว้อยู่ด้วย

นายเยนส์ สโตลเทนเบิร์ก เลขาธิการนาโต (กลาง) ถ่ายรูปร่วมกับเอกอัครราชทูตฟินแลนด์ และ เอกอัครราชทูตสวีเดน ในระหว่างการยื่นใบสมัครเข้าเป็นสมาชิกนาโตของทั้งสองชาติกลุ่มนอร์ดิกนี้อย่างเป็นทางการ ที่สำนักงานใหญ่ของนาโต ในกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม (รอยเตอร์)

นาโตมองว่าการเข้าเป็นสมาชิกของฟินแลนด์ และสวีเดน จะทำให้สถานะของนาโตในทะเลบอลติกแข็งแกร่งยิ่งขึ้น ขณะที่ในแวดวงนักการทูตชี้ว่าการให้สัตยาบันรับรองของรัฐสภาชาติภาคีสมาชิกนาโตทั้ง 30 ประเทศ อาจใช้เวลาถึงหนึ่งปี

ไม่กี่วันก่อนหน้า ตุรกี หนึ่งในสมาชิกนาโต ได้สร้างความงุนงงให้กับชาติพันธมิตรด้วยการออกมาสงวนท่าทีต่อการเข้าเป็นสมาชิกนาโตของฟินแลนด์ และสวีเดน ทว่าเลขาธิการนาโตกล่าวในวันเดียวกันนี้ว่า เขาคิดว่าประเด็นนี้จะแก้ปัญหาได้ โดยกล่าวว่าเรามุ่งมั่นที่จะทำงานจนถึงที่สุดในการฟันฝ่าทุกปัญหา และจะบรรลุข้อสรุปโดยเร็วด้วยความสนับสนุนอย่างเต็มที่จากชาติพันธมิตรอื่นๆ ทั้งหมด

“ปูติน” เสียงอ่อน ชี้ฟินแลนด์-สวีเดนเป็นสมาชิกนาโตไม่คุกคามรัสเซีย

ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย กล่าวว่า การที่ฟินแลนด์ และสวีเดนเข้าร่วมเป็นสมาชิกขององค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) จะไม่เป็นภัยคุกคามต่อรัสเซียแต่อย่างใด

ปูตินเตือนว่า รัสเซียพร้อมตอบโต้ หากพบว่ามีการตั้งฐานทัพทางทหารในดินแดนของทั้งสองประเทศ หลังเป็นสมาชิกนาโต

นายเซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย กล่าวเช่นกันว่า การที่ฟินแลนด์ และสวีเดนเข้าเป็นสมาชิกนาโตก็ไม่ได้สร้างความแตกต่างมากนักเมื่อเทียบกับก่อนเป็นสมาชิก เนื่องจากทั้งสองประเทศก็ได้เคยเข้าซ้อมรบกับนาโตมาก่อนแล้ว

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า การที่ปูตินมีท่าทีที่อ่อนลง เนื่องจากรัสเซียมีความสามารถตอบโต้ฟินแลนด์ และสวีเดนต่อกรณีนี้ไม่มากนัก ขณะที่รัสเซียไม่ต้องการเผชิญหน้าโดยตรงกับนาโต รวมทั้งการที่กองทัพรัสเซียเองก็กำลังติดพันการทำสงครามในยูเครน

WHO จี้สอบรัสเซียโจมตีสถานพยาบาลยูเครนกว่า 200 ครั้ง

นายฮันส์ คลูจ ผู้อำนวยการประจำภูมิภาคยุโรปของ WHO กล่าวว่า “WHO สามรถบันทึกเหตุโจมตีได้ถึง 226 ครั้ง นับตั้งแต่รัสเซียบุกโจมตียูเครนเมื่อวันที่ 24 ก.พ. พร้อมกล่าวว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 75 รายและบาดเจ็บอีก 49 รายจากการโจมตี”

ทั้งนี้ นายคลูจแถลงต่อสื่อมวลชน ณ ศูนย์ข่าวประจำกรุงเคียฟว่า “การโจมตีเหล่านี้ไม่ถูกต้องและไม่อาจยอมรับได้ พวกเขาจะต้องถูกสอบสวน” และเสริมว่า “WHO จะเข้าร่วมการสอบสวนที่เกิดขึ้นในอนาคต”

แถลงการณ์ดังกล่าวมีขึ้นหลังจากที่รัสเซียเปิดฉากบุกโจมตียูเครนล่วงเข้าสู่วันที่ 83 ซึ่งส่งผลให้ประชาชนในยูเครนเสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก รวมถึงเด็ก การโจมตีอย่างไร้เหตุผลต่อสถานพยาบาลและรถพยาบาลนั้นเพิ่มขึ้น ขณะที่สงครามยังคงยืดเยื้อ

นายคลูจระบุว่า สถานการณ์ของระบบสาธารณสุขในยูเครนทั้งน่าเจ็บปวดใจ และสร้างแรงบันดาลใจ โดยเขาได้กล่าวประณามผลกระทบอันร้ายแรงจากการโจมตีของรัสเซียต่อชีวิตประชาชน และยกย่องเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในยูเครนที่ยืนหยัดให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยสงคราม

“ผมอยากจะแสดงความขอบคุณ และชื่นชมอย่างสุดซึ้งต่อเจ้าหน้าที่สาธารณสุขของยูเครน ที่แสดงความกล้าหาญและความทุ่มเทอย่างหนัก นับตั้งแต่สงครามเริ่มต้น” พร้อมเสริมว่า “คุณได้ทำในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ยืนหยัดและช่วยชีวิตผู้คน”

นักรบยูเครนกว่า 250 คน ในมาริอูโพลประกาศยอมแพ้ มอบตัวกับทหารรัสเซีย

(17 พฤษภาคม 2022) สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า รถโดยสารหลายคันได้นำนักรบยูเครนออกจากโรงงานเหล็ก อซอฟสตาล (Azovstal) ในเมืองเมริอูพอล เมื่อช่วงค่ำคืนที่ผ่านมา โดยมีรถบัส 5 คัน นำตัวพวกเขาไปส่งที่เมืองโนโวอซอฟสก์ ที่ซึ่งทหารรัสเซียครอบครองอยู่ หนึ่งในนั้นมีตัวอักษร “Z” เป็นสัญลักษณ์ของปฏิบัติการบุกยูเครนของรัสเซีย ประทับอยู่บนตัวรถ

ทั้งรัสเซีย และยูเครนระบุถึงข้อตกลงที่จะนำตัวทหารที่บาดเจ็บออกมาจากโรงงานเหล็กแห่งนั้น แต่ยังคงไม่มีการประกาศรายละเอียดต่อสาธารณชน รวมทั้งจำนวนนักรบยูเครนที่ยังติดค้างอยู่ในโรงงาน และมีการตกลงเรื่องการแลกตัวนักโทษกันไว้แล้วหรือไม่ อย่างไร
ทางรัฐบาลรัสเซีย และประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ยืนยันว่า นักรบยูเครนที่ถูกรัสเซียควบคุมตัวไว้จะได้รับการปฏิบัติตามมาตรฐานสากล
ด้านกองทัพยูเครนมีแถลงการณ์ยกย่องเหล่าผู้บังคับบัญชาหน่วยรบที่โรงงานอซอฟสตาลว่า ปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์ด้วยการรักษาชีวิตของทหารบางส่วนเอาไว้

ประธานาธิบดียูเครน โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี กล่าวว่า “เราหวังว่าจะสามารถรักษาชีวิตคนของเราไว้ได้ มีผู้บาดเจ็บจำนวนมากที่นั่น พวกเขาจะได้รับการดูแลรักษา วีรบุรุษของยูเครนจะต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป”

รัสเซียระบุว่า นักรบยูเครนอย่างน้อย 256 คน ได้ยอมวางอาวุธและมอบตัวกับทหารรัสเซีย ในจำนวนนี้มีผู้บาดเจ็บรุนแรง 51 คน ขณะที่ ยูเครนรายงานว่า นักรบ 264 คน ได้ถูกนำตัวออกมาจากโรงงานดังกล่าวแล้ว และกำลังพยายามนำนักรบส่วนที่เหลือออกมา

ยูเครนประกาศไม่ยอมเสียดินแดนให้รัสเซียเพื่อแลกสันติภาพ

สำนักข่าวยูครินฟอร์มของรัฐบาลยูเครนรายงานว่า นายมิไคโล โปโดลยัก ที่ปรึกษาของประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี และผู้นำคณะเจรจาสันติภาพกับรัสเซียเปิดเผยว่า ยูเครนจะไม่ยอมแลกดินแดนของตนเพื่อข้อตกลงสันติภาพกับรัสเซีย

นายโปโดลยักกล่าวว่า “เป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้สำหรับเราที่จะให้อะไรแก่รัสเซีย และแสร้งทำเป็นว่า สงครามคลี่คลายได้โดยง่าย” พลเรือนชาวยูเครนจำนวนมากทั้งถูกสังหารหรือถูกล่วงละเมิดในความขัดแย้งครั้งนี้ จึงเป็นไปไม่ได้เลยที่จะอ่อนข้อกับรัสเซีย

นอกจากนี้ นายโปโดลยักยังเสริมว่า ยูเครนจะไม่ตกลงหยุดยิงกับรัสเซีย หากรัสเซียไม่ถอนกำลังทหาร เนื่องจากรัสเซียจะเข้ายึดครองดินแดนบางส่วนของยูเครน

‘ฝรั่งเศส’ แต่งตั้ง ‘บอร์น’ นั่งเก้าอี้นายกฯ หญิงคนแรกในรอบ 30 ปี

(18 พ.ค.65) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เอลีซาเบธ บอร์น ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของ ฝรั่งเศส นับเป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปี ที่ผู้หญิงครองตำแหน่ง

นายเอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส แต่งตั้งเอลิซาเบธ บอร์น (Élisabeth Borne ) วัย 61 ปี (เกิด 18 เมษายน 1961) อดีต รมว. แรงงานในรัฐบาลชุดก่อน ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ถือเป็นสตรีคนแรกในรอบ 30 ปีที่เป็นนายกฯ ของประเทศ หลังจากนายฌอง กัสเต็กซ์ นายกรัฐมนตรีลาออก เมื่อวันที่ 16 พ.ค. ก่อนหน้านี้ อีดิธ เครสซอง (Édith Cresson) เป็นนายกฯ หญิงของฝรั่งเศสในช่วงสั้นๆ ระหว่างเดือน พ.ค.2534 ถึง เม.ย.2535 สมัยประธานาธิบดีฟรองซัวส์ มิตเตอรอง

ทั้งนี้บอร์นอุทิศการเสนอชื่อรับตำแหน่งให้กับเด็กหญิงทุกคนและกล่าวสนับสนุนให้เด็กๆทำตามความฝันของตนอย่างเต็มที่ และให้คำมั่นจะเร่งดำเนินการเพื่อต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และฟื้นฟูเศรษฐกิจให้แข็งแกร่ง

ก่อนหน้านี้ บอร์นเคยเป็นรัฐมนตรีกระทรวงสิ่งแวดล้อม การขนส่ง และแรงงาน ขณะนี้กำลังจะได้เป็นผู้นำรัฐบาลฝรั่งเศสที่น่าจะได้รับมอบหมายให้ดำเนินการตามลำดับความสำคัญในการรณรงค์หาเสียงของประธานาธิบดีมาครง คือ การปฏิรูปการเกษียณอายุและการขยายขนาดนโยบายที่ออกแบบมาเพื่อต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

สหรัฐเตรียมผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันเวเนซุเอลาเพื่อประโยชน์ของสหรัฐ

เจ้าหน้าที่รัฐบาลเวเนซุเอลาเปิดเผยว่า สหรัฐจะผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรด้านพลังงานต่อเวเนซุเอลา เพื่อเปิดทางไปสู่การเจรจาระหว่างฝ่ายรัฐบาล และฝ่ายค้านที่สหรัฐหนุนหลัง

การผ่อนคลายดังกล่าวครอบคลุมถึงการออกใบอนุญาตแบบจำกัด (Narrow license) ซึ่งกระทรวงการคลังสหรัฐออกให้กับบริษัทเชฟรอน เพื่อเปิดทางสู่การเจรจาทำธุรกิจต่อไปในเวเนซุเอลา โดยเชฟรอนนั้นเป็นบริษัทน้ำมันรายใหญ่ของสหรัฐเพียงรายเดียวที่ยังทำธุรกิจอยู่ในเวเนซุเอลา

กระทรวงการคลังสหรัฐจะอนุญาตให้เชฟรอนสามารถเจรจากับบริษัท PDVSA ซึ่งเป็นบริษัทน้ำมันของรัฐบาลเวเนซุเอลาได้ แต่ห้ามดำเนินการขุดเจาะน้ำมันหรือดำเนินการอื่นใดที่จะสร้างรายได้ให้กับรัฐบาลเวเนซุเอลา

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ความเคลื่อนไหวของสหรัฐเกิดขึ้นตามข้อเรียกร้องจากพรรคฝ่ายค้านที่มีนายฮวน กุยโด เป็นผู้นำ โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่า กรอบนโยบายที่เรามุ่งเน้นคือการผลักดันให้เกิดการเจรจาที่เป็นผล ซึ่งจะนำไปสู่ผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมตามเป้าหมาย

ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่รัฐบาลของประธานาธิบดีโจ ไบเดน เดินทางเยือนเวเนซุเอลา ท่ามกลางวิกฤตราคาน้ำมันที่ทะยานขึ้น เนื่องจากความขัดแย้งระหว่างยูเครน และรัสเซีย ซึ่งนำไปสู่การออกมาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซีย

ทั้งนี้ เวเนซุเอลา ซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ประสบปัญหาการส่งออกน้ำมันลดลงต่ำสุดในรอบหลายทศวรรษ เนื่องจาก PDVSA ถูกกระทรวงการคลังสหรัฐขึ้นบัญชีดำเรือบรรทุกน้ำมันของบริษัทจำนวน 34 ลำเมื่อปี 2562

จีนยกเลิกกฎตรวจโควิดบางข้อให้ผู้เดินทางจากสหรัฐ

สถานทูตจีน และสถานกงสุลจีนเปิดเผยว่า นักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมายังจีนจากลอสแองเจลิส นิวยอร์ก และซานฟรานซิสโก ไม่จำเป็นต้องตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยวิธี PCR ก่อนเดินทาง 7 วัน นับตั้งแต่วันที่ 20 พ.ค. เป็นต้นไป

แถลงการณ์ดังกล่าวระบุว่า ข้อกำหนดก่อนหน้าเกี่ยวกับการตรวจแอนติบอดีก่อนขึ้นเครื่องจะถูกยกเลิกเช่นเดียวกันอย่างไรก็ดี ผู้เดินทางยังคงต้องเข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยวิธี PCR 2 ครั้งภายใน 48 หรือ 24 ชั่วโมงของเที่ยวบิน โดยขึ้นอยู่กับสนามบินที่เดินทาง และยังต้องตรวจแอนติเจนอีก 1 ครั้ง

อินโดฯ ยกเลิกคำสั่งสวมหน้ากากอนามัยนอกอาคาร หลังผู้ป่วยโควิดลดลง

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า เมื่อวันอังคารที่ 17 พ.ค.รัฐบาลอินโดนีเซียประกาศยกเลิกข้อบังคับสวมหน้ากากอนามัยภายนอกอาคาร หลังจำนวนผู้ป่วยโรคโควิด-19 มีแนวโน้มลดลงช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา

ประธานาธิบดีโจโก วิโดโด ผู้นำอินโดนีเซีย กล่าวว่า “รัฐบาลตัดสินใจยกเลิกนโยบายควบคุมโรคโควิด-19 เพิ่มเติม ซึ่งรวมถึงการเลิกบังคับสวมหน้ากากอนามัยขณะทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือชุมนุมรวมตัวภายนอกอาคาร ทว่าทุกคนยังคงต้องสวมหน้ากากอนามัยภายในอาคาร และบนระบบขนส่งสาธารณะ”

วิโดโดกล่าวว่ารัฐบาลไม่ได้ยกเลิกการบังคับสวมหน้ากากอนามัยอย่างสมบูรณ์ แต่คาดว่าจะยกเลิกแบบแบ่งออกเป็นระยะ โดยพิจารณาจากการประเมินอย่างค่อยเป็นค่อยไป พร้อมเสริมว่า “เรายังคงอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน และจะรอดูว่าสถานการณ์จะดำเนินไปอย่างไรในอีก 6 เดือนข้างหน้า เราต้องไม่รีบร้อนและดำเนินมาตรการต่าง ๆ อย่างระมัดระวัง”

ทั้งนี้ อินโดนีเซียเผยว่าสามารถควบคุมจำนวนผู้ป่วยโรคโควิด-19 ได้แล้ว โดยกระทรวงสาธารณสุขตรวจพบผู้ป่วยเพิ่ม 247 ราย และผู้เสียชีวิต 17 ราย ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา

อินโดนีเซียประกาศเปิดประเทศ นักท่องเที่ยวต่างชาติไม่ต้องตรวจหาเชื้อโควิด

(18 พ.ค.65) ประธานาธิบดีโจโค วิโดโด แห่งอินโดนีเซีย ประกาศว่า อินโดนีเซีย จะยกเลิกการแสดงผลตรวจโควิด-19 เป็นลบ สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ฉีดวัคซีนแล้ว เมื่อเดินทางเข้าประเทศ นักเดินทางทั้งภายใน และระหว่างประเทศ ซึ่งฉีดวัคซีนครบแล้ว ไม่ต้องตรวจ RT-PCR หรือ ตรวจ ATK อีกต่อไป

อินโดนีเซีย ยกเลิกข้อกำหนดการตรวจหาเชื้อสำหรับนักเดินทางในประเทศที่ฉีดวัคซีนครบแล้วในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา แต่ปัจจุบันยังคงบังคับใช้กับคนที่เดินทางจากต่างประเทศ ให้รับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ก่อนออกเดินทาง

ประธานาธิบดีกล่าวว่า รัฐบาลอินโดนีเซียกำลังผ่อนคลายนโยบายเกี่ยวกับการสวมหน้ากากอนามัยด้วย โดยหากประชาชนทำกิจกรรมในพื้นที่โล่งแจ้ง ซึ่งไม่มีฝูงชนจำนวนมาก พวกเขาได้รับอนุญาตให้ไม่ต้องสวมหน้ากากอนามัย แต่สำหรับกิจกรรมในสถานที่ปิดและขนส่งสาธารณะ ประชาชนยังคงต้องสวมหน้ากากอนามัยอยู่เหมือนเดิม

ปัจจุบันอินโดนีเซีย ยังพบผู้ติดเชื้อโควิดรายวันอยู่ระหว่าง 200-400 คน น้อยกว่าช่วงสูงสุดของคลื่นการระบาดรอบสองในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งมีผู้ติดเชื้อมากกว่า 50,000 คนต่อวัน

อินโดนีเซียมีผู้ติดเชื้อโควิดมากกว่า 6 ล้านคน ตั้งแต่ไวรัสเริ่มระบาด และมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 156,000 คน ส่วนผู้ที่ฉีดวัคซีนครบแล้ว อยู่ที่ 166 ล้านคน จากจำนวนประชากรทั่วประเทศ

นักแสดงสาวเกาหลี ‘คิม แซรน’ ถูกสอบสวน ข้อหาเมาแล้วขับ

เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม สื่อเกาหลีรายงานว่า คิม แซรน นักแสดงสาวชื่อดังวัย 21 ปี กำลังถูกสอบสวนหลังถูกจับเนื่องจาก เมาแล้วขับ
จากการรายงาน ตำรวจกังนัม ได้รับสายมากกว่า 6 ครั้ง เมื่อเช้าวันที่ 18 ว่ามีรถยนต์ขับรถหวาดเสียว บนถนน หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ตรวจสอบการร้องเรียนดังกล่าว ก่อนจะพบว่ามีรถยนต์คันหนึ่ง พุ่งชนแนวข้างทาง ในย่านกังนัม ราวเวลา 08.00 น. ทั้งยังอยู่ในระหว่างกำลังจะหลบหนีจากที่เกิดเหตุ

หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจหยุดรถคันดังกล่าวได้ ก็พบว่าคนขับรถคือ คิมแซรน ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ขอให้วัดแอลกอฮอล์ อย่างไรก็ตาม ไม่มีการเปิดเผยถึงผลการตรวจวัดแอลกอฮอล์ แต่คิมแซรน ได้เดินทางไปโรงพยาบาลเพื่อรับการตรวจเลือดที่โรงพยาบาลอีกครั้ง ก่อนยืนยันข้อกล่าวหาที่แน่นอน

ทั้งนี้ Kstarnews ยังรายงานด้วยว่า คิมแซรน ชนเข้ากับหม้อแปลงไฟฟ้าบนทางเท้า ทำให้หม้อแปลงได้รับความเสียหาย ต้องใช้เวลาถึง 3 ชั่วโมงในการซ่อมแซมดังกล่าว ความเสียหายนี้ทำให้สัญญาณจราจรบริเวณดังกล่าวมีปัญหา และการจราจรติดขัดในตอนเช้า ร้านอาหารใกล้เคียงบางแห่งไม่สามารถชำระเงินด้วยบัตรได้

สิงคโปร์พบผู้ติดเชื้อโควิดBA.4-BA.5 ในประเทศครั้งแรก

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม กระทรวงสาธารณสุขสิงคโปร์ รายงานว่า พบผู้ป่วยโควิด-19 สายพันธุ์ย่อยบีเอ.4 และบีเอ.5 ที่ติดเชื้อในท้องถิ่นเป็นครั้งแรก

โดยพบผู้ติดเชื้อโควิดสายพันธุ์บีเอ.4 จำนวน 2 ราย และบีเอ.5 จำนวน 1 ราย ทั้งหมดฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 เข็มกระตุ้นแล้ว และไม่แสดงอาการ หรือมีอาการเล็กน้อย เช่น มีไข้ ไอ น้ำมูกไหล เจ็บคอ และไม่จำเป็นต้องรักษาตัวในโรงพยาบาล

กระทรวงสาธารณสุขสิงคโปร์จะเพิ่มความพยายามเฝ้าระวังการระบาดในท้องถิ่น และเดินหน้าติดตามการแพร่กระจายของสายพันธุ์บีเอ.4 และบีเอ.5 ในประเทศ ขณะที่ประชาชนทุกคนควรมีส่วนร่วมและช่วยกันระมัดระวังเพื่อบรรเทาการระบาดต่อไป แม้ตอนนี้สิงคโปร์จะฟื้นตัวจากโรคโควิด-19 ได้ดีขึ้นแล้ว

สิงคโปร์ตรวจพบผู้ป่วยโควิด-19 เพิ่ม 2,123 ราย เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม แบ่งเป็น ผู้ติดเชื้อในท้องถิ่น 2,073 ราย และผู้ติดเชื้อจากต่างประเทศ 50 ราย รวมถึงพบผู้ป่วยเสียชีวิตเพิ่ม 3 ราย ทำให้ยอดผู้ป่วยเสียชีวิตรวมอยู่ที่ 1,366 ราย

อังกฤษเงินเฟ้อพุ่ง 9% สูงสุดในรอบ 40 ปี

อัตราเงินเฟ้อของประเทศอังกฤษในเดือนเมษายนที่ผ่านมาพุ่งสูงขึ้นทำสถิติสูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 1982 หรือเมื่อ 40 ปีที่แล้ว กลายเป็นแรงกดดันให้กับนายริชี ซูนัก รัฐมนตรีคลังอังกฤษ ที่พยายามหาทางช่วยครัวเรือนให้ผ่านพ้นช่วงวิกฤตค่าครองชีพที่กำลังเลวร้ายลงเรื่อยๆ ในเวลานี้
สำนักงานสถิติแห่งชาติของอังกฤษ ระบุว่า ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา ดัชนีราคาผู้บริโภคในประเทศพุ่งสูงขึ้นถึง 9 เปอร์เซ็นต์ ผ่านจุดสูงสุดที่เคยเกิดขึ้นในช่วงเศรษฐกิจถดถอยในช่วงต้นทศวรรษที่ 90 ซึ่งในเวลานั้นอัตราดอกเบี้ยพุ่งสูงและเกิดปัญหาผิดนัดชำระหนี้จำนวนมาก

ทั้งนี้ อัตราเงินเฟ้อดังกล่าวต่ำกว่าคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์ตามผลสำรวจของรอยเตอร์ที่คาดไว้ที่ 9.1 เปอร์เซ็นต์ เล็กน้อย ขณะที่เงินปอนด์อ่อนค่าลงหลังจากเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวโดยมูลค่าตกลง 0.4 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ

รายงานระบุว่า ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่สูงขึ้นเป็นผลจากราคาพลังงานที่สูงขึ้นเป็นหลัก

ควีนอังกฤษ ทรงเปิดรถไฟใต้ดินสายเอลิซาเบธ ในลอนดอน ก่อนใช้จริง 24 พ.ค.

เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม ควีนเอลิซาเบธที่ 2 แห่งราชวงศ์อังกฤษ พระชนมายุ 96 พรรษา ทรงสร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการเสด็จไปยังสถานีรถไฟแพดดิงตัน ในการฉลองการเปิดเส้นทางรถไฟใต้ดินสายเอลิซาเบธ ที่ตั้งชื่อตามพระนามของพระองค์ ในกรุงลอนดอน โดยควีนเอลิซาเบธที่ 2 ทรงอยู่ในชุดฉลองพระองค์สีเหลืองสดใส ทรงเปิดป้ายสถานี โดยมีเจ้าชายเอ็ดเวิร์ด พระโอรส และนายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ เข้าร่วมในพิธี

นับเป็นการปรากฏพระองค์ต่อสาธารณะครั้งล่าสุด แม้พระองค์ทรงยกเลิกพระราชกรณียกิจในการเปิดสมัยประชุมรัฐสภาอังกฤษไปเมื่อสัปดาห์ก่อน เนื่องจากทรงมีปัญหาด้านการเคลื่อนไหว แต่ทรงได้เข้าร่วมงานรอยัล วินด์เซอร์ ฮอร์ส โชว์ ที่พระราชวังวินด์เซอร์เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา

โฆษกสำนักพระราชวังบักกิ้งแฮมแถลงว่า ควีนเอลิซาเบธที่ 2 ทรงเข้าร่วมงานในวันนี้เพื่อฉลองการสร้างเสร็จของรถไฟสายเอลิซาเบธ
เดิมโครงการรถไฟใต้ดินสายนี้ที่มีมูลค่าการก่อสร้าง 24,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มีกำหนดเปิดในเดือนธันวาคม 2018 แต่ประสบความล่าช้าซ้ำแล้วซ้ำเล่าจากปัญหาด้านการทดสอบความปลอดภัยและระบบสัญญาณไฟ และเดิมมีการตั้งชื่อรถไฟสายนี้ว่า “ครอสเรล” (Crossrail) ก่อนจะเปลี่ยนชื่อเป็นสายเอลิซาเบธ ตามพระนามของพระองค์ ซึ่งจะเป็นเส้นทางที่เชื่อมจากฝั่งตะวันตกของกรุงลอนดอน รวมถึงสนามบินฮีธโรว์ และย่านเรดดิง กับย่านเชนฟิลด์ ทางฝั่งตะวันออก จะเปิดให้บริการประชาชนวันที่ 24 พฤษภาคม โดยมีขึ้นในวาระฉลองการครองราชย์ครบ 70 ปี ของควีนเอลิซาเบธที่ 2

You may also like

Leave a Comment