“กมธ.ติดตามงบฯ” ยื่น “นายกฯ” เรียบร้อยยกเลิกประมูลท่อส่งน้ำอีอีซี เปิดทางเอกชนแข่งขันอย่างเป็นธรรม

by admin
14 views

เมื่อวันที่ 17 พ.ค.65 นายไชยา พรหมา ส.ส.หนองบัวลำภู พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานกรรมาธิการศึกษาการจัดทำ และติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีกมธ.เตรียมส่งหนังสือถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ขอให้ยกเลิกโครงการบริหาร และดำเนินกิจการท่อส่งน้ำสายหลักภาคตะวันออกว่า กมธ.ยื่นหนังสือดังกล่าวถึงพล.อ.ประยุทธ์ เรียบร้อยแล้ว มีข้อเสนอแนะให้นายกฯ สั่งยกเลิกการประมูลโครงการระบบท่อส่งน้ำอีอีซี และให้เปิดคัดเลือกบริษัทเอกชนเข้าประมูลใหม่ ให้มีการแข่งขันอย่างเสรี เป็นธรรม เป็นไปด้วยความโปร่งใส เปิดกว้าง ตรวจสอบได้

จากการเชิญกรมธนารักษ์ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษ ภาคตะวันออก การประปาส่วนภูมิภาค บริษัทจัดการ และพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด บริษัท วงศ์สยามก่อสร้าง จำกัด นายประภาศ คงเอียด อธิบดีกรมธนารักษ์ และนายยุทธนา หยิมการุณ อดีตอธิบดีกรมธนารักษ์ มาให้ข้อมูลพบว่า กระบวนการคัดเลือกบริษัทมาบริหารจัดการน้ำในอีอีซีนั้น มีการกำหนดทีโออาร์ที่ไม่ชัดเจนเรื่องปริมาณน้ำที่นำมาใช้ในการคำนวณ ทำให้เกิดข้อถกเถียงเรื่องผลประโยชน์ตอบแทนให้รัฐ และยังมีอีกหลายประเด็นที่ขาดความชัดเจนในขั้นตอนกระบวนการคัดเลือก อาทิ การเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการทีโออาร์ และลดสเปกทีโออาร์ลงมาในการประมูลรอบ 2 ที่กรมธนารักษ์ยังชี้แจงเหตุผลได้ไม่ชัดเจน

นายไชยา กล่าวว่า กมธ.ยังเห็นว่า การประมูลโครงการดังกล่าว มีแต่การใช้กฎหมายเฉพาะของหน่วยงานคือ พ.ร.บ.ที่ราชพัสุด พ.ศ.2562 ของกรมธนารักษ์เท่านั้น จึงมีข้อเสนอให้นำกฎหมายอื่นที่สอดคล้องกับบริบทในปัจจุบัน และอนาคตมารองรับการขยายตัวการพัฒนาการใช้น้ำในเขตพื้นที่อีอีซี โดยให้สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) ที่เป็นหน่วยงานในพื้นที่พัฒนาพิเศษภาคตะวันออกร่วมดำเนินการกับกรมธนารักษ์คัดเลือกบริษัทที่จะเข้ามาบริหารจัดการน้ำในพื้นที่อีอีซี อาจจะต้องออกเป็นมติครม.ให้ความเห็นชอบเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อไป

พร้อมกันนี้ให้สกพอ.ร่วมกับสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ เป็นผู้กำหนดกลไกโครงสร้างราคาค่าน้ำในพื้นที่พัฒนาพิเศษภาคตะวันออกให้เหมาะสม เป็นธรรมเพื่อสร้างความมั่นคงการใช้น้ำและการบริหารเส้นท่อร่วมกัน

ทั้งนี้การดำเนินของกมธ.ตรวจสอบเฉพาะกระบวนการคัดเลือกบริษัทเอกชนมีขั้นตอนถูกต้องหรือไม่เท่านั้น ไม่ได้สอบลงลึกไปถึงขั้นว่า มีใครอยู่เบื้องหลังรับผลประโยชน์ทุจริตหรือไม่ เท่าที่ดูเบื้องต้นยังไม่พบมีการสั่งการจากบุคคลใดในการเอื้อประโยชน์ให้เอกชน

ข้อเสนอของกมธ.ที่ยื่นให้พล.อ.ประยุทธ์นั้น ขึ้นอยู่กับนายกฯจะทำตามหรือไม่ หากผลสุดท้ายไม่มีการทบทวน ปล่อยให้เป็นไปตามการประมูลเหมือนเดิม ถ้าเกิดความเสียหายขึ้นมา รัฐบาลต้องรับผิดชอบ เพราะกมธ.ได้เตือนแล้ว

You may also like

Leave a Comment