by admin
16 views

สัปดาห์ก่อนมีนักลงทุนบ่นให้ฟังเกี่ยวกับหุ้น บริษัท เอคิว เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ AQ เพราะตั้งซื้อในราคา 2 สตางค์ติดต่อกันหลายวัน แต่ไม่เคยได้หุ้นติดมือแม้แต่หุ้นเดียว

ราคาหุ้น AQ เคลื่อนไหวระหว่าง 2-3 สตางค์มานานแล้ว และบางโอกาสมีการกระชากขึ้นไปแตะ 4 สตางค์ แต่ลงมาแถว 2-3 สตางค์ตามเดิม

นักลงทุนรายนี้เข้าไปตั้งซื้อ AQ เพราะเห็นว่า ความเสี่ยงต่ำ แต่มีโอกาสกำไรได้ถึง 50% ภายในวันเดียว โดยตั้งราคาซื้อที่ 2 สตางค์ จำนวน 1 ล้านหุ้น และส่งคำสั่งซื้อตั้งแต่เช้า แต่ไม่เคยได้หุ้นกลับมา แม้ราคาหุ้นปรับตัวลงมาที่ 2 สตางค์ก็ตาม

การตั้งซื้อ AQ จำนวน 1 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 2 สตางค์ ใช้เงินจำนวน 20,000 บาท โดยความเสี่ยงการลงทุนหุ้นตัวนี้จำกัดความเสียหายเพียง 50% หรือ 10,000 บาท หากราคาหุ้นปรับตัวลงมาที่ 1 สตางค์ แต่ AQ ก็ไม่เคยหลุดมาที่ 1 สตางค์

ความเสี่ยงจากการขาดทุนจึงมีน้อยมาก แต่โอกาสทำกำไรมีมากกว่า เพราะ AQ ขึ้นลงอยู่แถว 2-3 สตางค์ และนานๆ ทีจะลากขึ้นไปที่ 4 สตางค์ แต่ก็ยืนอยู่ 4 สตางค์ไม่นาน ก่อนจะปล่อยให้กลับมาย่ำแถว 2-3 สตางค์ตามเดิม

นักลงทุนที่เข้าไปเล่นกับ AQ หวังทำกำไรเพียง 1 ช่วงราคา โดยหากซื้อหุ้นในราคา 2 สตางค์ จำนวน 1 ล้านหุ้น ใช้เงินลงทุน 20,000 บาท ถ้าได้หุ้นมา และตั้งขายทันทีในราคา 3 สตางค์ หากขายได้จะมีกำไร 10,000 บาท

ปลาซิวปลาสร้อยรายนี้หวังจะเข้าไป “ตอดเงิน” จาก AQ แต่ส่งคำสั่งซื้อหุ้น AQ ไป 5 วันทำการ ไม่ได้หุ้น ทั้งที่ในแต่ละวันเห็นหุ้นลงมายืนนิ่งที่ 2 สตางค์อยู่ยาวนานก็ตาม

หลังจากตั้งซื้อ AQ ติดต่อ 5 วันทำการ แต่ไม่ได้หุ้น จึงรู้สึกว่าไม่มีประโยชน์ใดที่จะตั้งซื้อต่อไป เพราะเจ้ามือหรือขาใหญ่อาจอยู่เบื้องหลังการเคลื่อนไหวของหุ้นตัวนี้ และไม่ยอมให้แมลงเม่าเข้าไปกินเจ้ามือง่าย

เพราะที่ผ่านมา เจ้ามือมีแต่กินแมลงเม่า และไม่เคยมีประวัติแมลงเม่ากินเจ้ามือ แม้จะเป็นเงินระดับหมื่นบาทก็ตาม

AQ เปลี่ยนชื่อมาจากบริษัท กฤษดามหานคร จำกัด หรือ KMC ของกลุ่ม นายวิชัย กฤษดาธานนท์ ก่อนที่ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง อดีต ผบ.ตร.และมีฐานะเป็นนักลงทุนรายใหญ่ในตลาดหุ้นจะเข้ามาถือหุ้นใหญ่แทน

แต่ขายหุ้นออกภายในเวลาไม่กี่เดือน ก่อนที่ตลาดหักทรัพ์จะขึ้น SP พักการซื้อขายหุ้นหลายปี เนื่องจากมีปัญหาฐานะทางการเงิน

AQ รับอนุมัติให้กลับมาซื้อขายอีกครั้ง เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2560 โดยราคาปิดครั้งสุดท้ายอยู่ที่ 22 สตางค์ แต่เปิดการซื้อขายใหม่ ราคาถูกลากขึ้นไปเปิดที่ 30 สตางค์ ขึ้นไปสูงสุดที่ 31 สตางค์ หลังจากนั้นถูกทุบร่วงผล็อย จนลงมาปิดที่ 11 สตางค์

ปัจจุบันราคาถูกลากขึ้นทุบลงแถว 2-3 สตางค์ และมีสภาพเป็นหุ้นตายซาก นักลงทุนส่วนใหญ่ไม่สนใจเข้าไปเล่น เพราะปัญหาหนี้กับธนาคารกรุงไทยยังสะสางกันไม่จบ ผลประกอบการบริษัทขาดทุนติดต่อหลายปี

และดูเหมือนว่าจะมีเจ้ามือหรือขาใหญ่อยู่เบื้องหลังการกำหนดความเคลื่อนไหวของราคาแต่ละวัน โดยอาจซื้อขายโยนคำสั่งซื้อขายเฉพาะภายในกลุ่ม เพื่อสร้างภาพว่า หุ้นยังมีสภาพคล่องการซื้อขาย

แต่ไม่เปิดโอกาสให้นักลงทุนรายย่อยเข้าไปแหยม หรือเข้าไปทำกำไร นักลงทุนทั่วไปจึงตั้งซื้อในราคา 2 สตางค์ไม่ได้ ซึ่งหากขยับราคาเคาะซื้อ 3 สตางค์ อาจได้ของติดมือ

แต่ใครจะกล้าซื้อ AQ ที่ 3 สตางค์ เพราะซื้อแล้วไม่รู้ชาติไหนจะขายทำกำไรในราคา 4 สตางค์

ราคาหุ้น AQ ที่เคลื่อนไหวขึ้นลงระหว่าง 2-3 สตางค์นั้นอาจดูเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นกับหุ้นอีกหลายตัว ที่ขึ้นๆ ลงๆ แถว 4-5 สตางค์ ทั้งที่ความจริงการซื้อขายไม่ได้ปกติหรือเป็นไปตามกลไกตลาด

แต่มีเจ้ามืออยู่เบื้องหลังการสร้างราคาแต่ละวัน ซึ่งตลาดหลักทรัพย์ควรเข้าไปตรวจสอบพฤติกรรมการซื้อขาย และการโยนคำสั่งซื้อขายเพื่อสร้างภาพลวงตาว่าหุ้นยังมีสภาพคล่อง

 

โบรกเกอร์บางแห่งตระหนักถึงความเสียหายของนักลงทุน ไม่ยอมเปิดโอกาสให้ลูกค้าส่งคำสั่งซื้อขายที่มีความผิดปกติ และเข้าข่ายสร้างราคา โดยตัดวงเงินมาร์จิ้น หรือสินเชื่อเพื่อการซื้อหุ้น ยอมที่จะสูญรายได้ค่าหน้านาย เพื่อตัดวงจรอุบาทว์การสร้างราคาหุ้น

แต่ตลาดหลักทรัพย์ทำอะไรอยู่ ทำไมจึงปล่อยให้มีการโยนคำสั่งซื้อขาย สร้างราคาหุ้นเน่าๆ มานานนับสิบปีแล้ว

และทำไมไม่เข้าไปกำกับดูแลการซื้อขายหุ้น AQ ให้เป็นไปตามกลไกตลาดที่แท้จริง

ทำไมปล่อยให้คำสั่งซื้อขายที่เข้าข่ายสร้างราคา ตอกย้ำความเป็นวงจรอุบาทว์ในตลาดหุ้น

You may also like

Leave a Comment