หุ้นร้อน

by admin
13 views

“…ต้นสัปดาห์นี้ เกิดปรากฏการณ์ หุ้นร้อนนับสิบตัวทรุดฮวบลง โดยเฉพาะหุ้นร้อนตัวแม่และหุ้นตัวลูกที่จับคู่ดิ่งลงหนักพร้อม ๆ กันถึง 3 คู่…”

คู่แรกหุ้น บริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ THG กับหุ้น บริษัท โรงพยาบาลรามคำแหง จำกัด (มหาชน) หรือ RAM

คู่ที่ 2 หุ้นบริษัท ฟอร์ท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ FORTH กับหุ้น บริษัท ฟอร์ท สมาร์ท เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ FSMART

และคู่ที่ 3 หุ้น บริษัท ทีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเมนท์ จำกัด (มหาชน)หรือ TEAMG กับหุ้น บริษัท ดิทโต้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DITTO

RAM ถือหุ้นใหญ่อันดับหนึ่งใน THG สัดส่วน 21.06% จึงมีฐานะเป็นหุ้นตัวแม่ โดยราคาหุ้นถูกลากจาก 31.75 บาท ซึ่งเป็นจุดปิดเมื่อวันที่ 8 มีนาคมที่ผ่านมา พุ่งทะยานต่อเนื่อง จนขึ้นมาปิดที่ 67.50 บาท ในวันที่ 12 เมษายน

รวมแล้วปรับตัวขึ้น 35.75 บาทหรือเพิ่มขึ้น 112.59% แต่หลังจากนั้นทรุดลง จนล่าสุดวันอังคารที่ 26 เมษายนลงมาปิดที่ 54 บาท

ขณะที่หุ้น THG ถูกลากจาก 52.25 บาท ซึ่งเป็นจุดปิดวันที่ 7 มีนาคม จนพุ่งขึ้นต่อเนื่อง และขึ้นมาปิดที่ 99 บาท ในวันที่ 22 เมษายน รวมแล้วเพิ่มขึ้น 46.75 บาท หรือเพิ่มขึ้น 89.47% ก่อนจะถูกทุบจนร่วงแรง 2 วันติด โดยปิดวันที่ 26 เมษายนที่ 80 บาท

หุ้นแม่หุ้นลูกคู่นี้ ไม่เจอใบเหลืองและใบแดงจากตลาดหลักทรัพย์ จึงไม่รู้สาเหตุถึงการกอดคอกันร่วง นอกจากคาดเดากันว่า อาจได้เวลาที่นักลงทุนขาใหญ่เทขายทำกำไร

หุ้นแม่หุ้นลูกคู่สอง FORTH กับ FSMART ซึ่งราคาร้อนแรงไม่เบา โดย FORTH มีฐานะเป็นหุ้นตัวแม่ ถือหุ้นใหญ่อันดับหนึ่งใน FSMART สัดส่วน 50.79% ของทุนจดทะเบียน

เมื่อวันที่ 14 มีนาคมที่ผ่านมา หุ้น FORTH ปิดที่ 26.75 บาท หลังจากนั้นถูกลากขึ้นมาต่อเนื่อง และขึ้นมาปิดที่ 51 บาท เมื่อวันที่ 25 เมษายน โดยรอบนี้ปรับตัวขึ้นรวม 24.25 บาท หรือเพิ่มขึ้น 90.65% ก่อนวันที่ 26 เมษายนจะถูกทุบรูดลงมาปิดที่ 41.25 บาท

ส่วนหุ้นตัวลูก FSMART เมื่อวันที่ 15 มีนาคมที่ผ่านมา ราคายังปิดที่ 10.70 บาท ก่อนจากลากขึ้นมาปิดที่ 26.75 บาท ในวันที่ 25 เมษายน รวมแล้วปรับตัวขึ้น 16.05 บาท หรือปรับตัวขึ้น 156.54%

แต่วันที่ 26 เมษายน FSMART ถูกถล่มขายจนหัวทิ่ม ร่วงลงมาปิดที่ 21.80 บาท

หุ้นแม่ลูกคู่นี้เลือดสุพรรณ ขึ้นมาด้วยกัน ดิ่งเหวลงไปด้วยกัน เนื่องจากหุ้นตัวลูก FSMART ถูกตลาดหลักทรัพย์ประกาศใช้มาตรการกำกับการซื้อขายระดับ 1 หลังปิดการซื้อขายวันที่ 25 เมษายน

กำหนดให้ซื้อหุ้นด้วยเงินสดหรือบัญชีแคชบาลานซ์ และห้ามนำหุ้นคำนวณเป็นวงเงินซื้อขาย ส่งผลให้ FORTH กับ FSMART ทรุดฮวบลงทันที

 

สะท้อนให้เห็นว่า มาตรการกำกับการซื้อขายหุ้นของตลาดหลักทรัพย์ ยังพอใช้ได้ผล สำหรับหุ้นที่ยังหวั่นเกรงกฎหมาย และเห็นแก่หน้าผู้บริหารตลาดหลักทรัพย์

แตกต่างจากหุ้นดื้อยาอีกหลายตัวที่ไม่ยอมสยบ แม้ตลาดหลักทรัพย์จะแจกใบแดงใบเหลืองนับสิบครั้งแล้ว แต่ยังลากกันไม่เลิก

หุ้นร้อนคู่สุดท้าย อาจไม่ใช่หุ้นแม่ลูกเสียทีเดียว แต่มีลักษณะเป็นหุ้นพี่หุ้นน้องมากกว่า เพราะทั้ง DITTO กับ TEAMG มีนายธีระชัย รัตนกนกพร ถือหุ้นใหญ่อันดับหนึ่งทั้งสองบริษัท

DITTO ถูกลากจาก 36 บาท ซึ่งเป็นจุดปิดวันที่ 15 มีนาคมที่ผ่านมา และพุ่งทะยานขึ้นมาปิดที่ 93.50 บาท ในวันที่ 22 เมษายน เพิ่มขึ้นรวม 63.50 บาท หรือเพิ่มขึ้น 176.38% ก่อนถูกถล่มขาย 2 วันติด โดยระหว่างชั่วโมงซื้อขายจนวันที่ 26 เมษายน ราคาร่วงลงต่ำสุดที่ 75 บาท หรือลบ 14.25 บาท

แต่เวลาประมาณ 15.30 น. มีแรงซื้อเข้ามาลากราคา จนดีดกลับอย่างรวดเร็ว และปิดการซื้อขายที่ 89.25 บาท โดยราคาไม่เปลี่ยนแปลง

ส่วน TEAMG เมื่อวันที่ 15 มีนาคมราคาปิดที่ 2.98 บาท หลังจากนั้นถูกลากขึ้น จนวันที่ 21 เมษายนขึ้นมาปิดที่ 11.90 บาท เพิ่มขึ้นรอบนี้รวม 8.92 บาท หรือเพิ่มขึ้น 299.32%

หลังปิดการซื้อขายวันที่ 21 เมษายน ตลาดหลักทรัพย์สั่งยกระดับมาตรการกำกับการซื้อขายสู่ระดับ 3 แขวน SP พักการซื้อขายหุ้นวันที่ 22 เมษายน หนึ่งวันทำการ เพื่อดับความร้อนแรงของราคา

 

เมื่อเปิดการซื้อขายใหม่ในวันที่ 25 เมษายน ราคาอ่อนตัวลงมาปิดที่ 11.50 บาท ลดลง 40 สตางค์ และช่วงแรกของการซื้อขายวันที่ 26 เมษายน ถูกทุบขาย จนลงไปต่ำสุดที่ 8.40 บาท ลดลง 3.10 บาท แต่เวลาประมาณ 15.00น. มีแรงซื้อเข้ามาลากราคา จนดีดกลับอย่างรวดเร็ว ก่อนปิดที่ 10.80 บาท ลดลงเพียง 70 สตางค์

การดีดกลับอย่างร้อนแรงในช่วงปลายตลาดของ TEAMG กับ DITTO เป็นปรากฏการณ์คล้ายกับหุ้นบริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA เมื่อวันที่ 22 เมษายน ซึ่งมีแรงซื้อทะลักเข้ามา ลากราคาดีดขึ้นประมาณ 6 ช่วงราคาในพริบตา

DITTO กับ TEAMG เหมือนหุ้นพี่หุ้นน้อง ที่ราคาเคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกัน ตลอดระยะเวลา 1 เดือนเศษที่ผ่านมา เหมือนมี “เจ้ามือ” หรือ “ขาใหญ่” คนเดียวกันที่อยู่เบื้องหลังการลากราคา

หุ้นแม่หุ้นลูกทั้ง 3 คู่นี้ กลายเป็นหุ้นร้อนที่อันตราย และต้นสัปดาห์นี้ เหมือนนัดหมายกันเล่นเกมโหดถล่มรายย่อย

ใครขายหุ้นทิ้งไม่ทัน ต้องดับอย่างน่าอนาถ

You may also like

Leave a Comment