ดร.คณิศ และดร.ชิต ชู DATA CENTER ของคนไทยมาตรฐาน TIER 3 พลิกโฉมสตาร์ทอัพ เรียกแขกทั่วโลก

by admin
207 views

ดร.คณิศ แสงสุพรรณ
เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก

EEC อนุมัติการทำข้อมูลไว้เมื่อ 5-6 เดือนก่อนโครงสร้างพื้นฐาน 5G ท่อ-เสา-สายสัญญาณใน EEC พร้อมใช้งานแล้วเราจึงได้เสนอในคณะกรรมการ EEC ให้นำโครงสร้างพื้นฐาน 5G ใช้ใน ออโตเมชั่นของโรงงานที่มีความพร้อมสามารถลดต้นทุน 30% อีกฝั่งหนึ่งข้อมูลจาก 5G เราต้องเก็บรวบรวม Data เพื่อเป็นคลังข้อมูลในการพัฒนาต่อยอดธุรกิจในอนาคตหลังจากมีข้อมูล การเชื่อมโยงภาครัฐเอกชน สามารถนำไปใช้ข้อมูลได้

สำหรับ DATA CENTER ของคนไทย จัดตั้งขึ้นโดยได้รับการแนะนำ และสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) ที่ประสงค์จะเห็นการมี DATA CENTER ของคนไทย ลงทุนและดำเนินการโดยคนไทย ที่มีมาตรฐานระดับสากล ปลอดภัย มั่นคง เพื่อให้นักลงทุนไทยและต่างชาติสามารถเข้าถึงได้โดยสะดวก แสดงศักยภาพการพัฒนาเทคโนโลยีชั้นสูงของประเทศไทย
สกพอ. จึงได้ดำริให้มีการลงนาม MOU เพื่อส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ได้เข้าถึงและสามารถใช้ประโยชน์จากงานบริการบริษัท อีอีซี
โกลบอล คลาวด์ จำกัด

โดยหลังจากนี้ในระยะที่ 3 ข้อมูลจำนวนมหาศาลจะเป็นดาต้ากลาง Common Data Lake พัฒนาไปสู่การสร้างธุรกิจใหม่ๆ เกิด Application สร้างธุรกิจสตาร์ทอัพ ที่ผ่านมา Data ส่วนใหญ่ของคนไทย ถูกเก็บไว้ในต่างประเทศ สตาร์ทอัพจึงเกิดไม่ได้

การปักเสาเอก นับ 1 ในการ ทุ่มเงินลงทุนมากกว่า 800 ล้านบาท ของบริษัท อีอีซี โกลบอล คลาวด์ จำกัด ซึ่งเป็น Data Center ของเอกชนไทย EEC ได้ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU)กับ บริษัท อีอีซี โกลบอล คลาวด์ จำกัด เพื่อให้มีผู้ใช้บริการเข้ามาใช้บริการมากขึ้น โดยมุ่งหวังประเทศไทยจะมี Data กลาง เพื่อพัฒนาธุรกิจอื่นต่อไป โดยให้หน่วยงานรัฐ เอกชน มาฝากข้อมูล อยู่ใน คลาวด์ เดียวกัน แชร์กัน จัดการข้อมูลให้เชื่อมกัน เฉพาะที่ไม่เป็นความลับ เพื่ออำนวยความสะดวกทางธุรกิจต่อเนื่อง ทั้งบริษัทใหญ่-เล็กและสตาร์ทอัพ

ที่ผ่านมาพื้นที่ใน EEC ได้รับความสนใจอย่างมากโดยเฉพาะ ต.บ้านฉาง ซึ่งอยู่ใจกลางตรงกลาง ท่าเรือมาบตาพุด สนามบินอู่ตะเภา สอดคล้องกับประชาชนคนในพื้นที่บ้านฉาง มีความต้องการอยากจะเป็นสมาร์ท ซิตี้ เราก็สนับสนุน จนเริ่มเป็นคลัสเตอร์ความสำเร็จก้าวแรก และมองว่าการสร้างคลัสเตอร์ คือความร่วมมือครั้งสำคัญ เราได้แนะนำให้นักลงทุนต่างชาติ เช่น Cisco เมื่อมาลงทุนก็ไม่ต้องแบก Data Center มาเอง สามารถใช้ของ อีอีซี โกลบอล คลาวด์ ใน “เทค พาร์ค” ได้เลย

ขณะที่ ดร.ชิต เหล่าวัฒนา ที่ปรึกษาพิเศษด้านพัฒนาการศึกษา บุคลากร และเทคโนโลยี สกพอ. ขยายความเพิ่มเติมว่า ธุรกิจ Data Center จะพูดแค่เรื่อง Recovery Point Objective (RPO) เเละ Recovery Time Objective (RTO) ก็ล้าสมัยไปแล้ว เพราะเราต้องปกป้องข้อมูลจากระบบล่มแบบ “มิลลิเซคคัล” Data Center จึงต้องมีมาตรฐานสากลในระดับ TIER 3 เพื่อให้มั่นใจการให้บริการข้อมูล จึงต้องต้องเชื่อมโยงต่อแบบ Multi-cloud โอกาสล้ม แทบจะไม่เกิดขึ้นเลย เมื่อเกิดการรวบรวมข้อมูลจำนวนมหาศาล ข้อมูลจาก Data Lake เหล่านี้จะถูกProcess นำไปใช้ในธุรกิจสร้างมูลค่าเพิ่มขึ้น 10 เท่า

ระยะแรกที่เราทำเมื่อ 5-6 เดือนก่อนเรารู้แล้วว่า EEC จะมีสัญญาณ 5G ครับ 100% คำถามคือว่ามีสัญญาณแล้วจะทำอะไร วันนี้ที่เราเห็น Data Center จะมีหนึ่งในหลาย Data Center ตอนนี้เราเดินขานี้นอกจากจะเอาไปทำ Automation เราเดินขาที่เป็นธุรกิจข้อมูลซึ่งจะมีมูลค่ามหาศาล ข้อมูลมูลค่าของข้อมูล 1 บาทตอนหลัง Process เสร็จปั๊บออกไป นี่คือ 10 บาท 10 เท่า

ปกติมีการสำรวจเหมือนกันว่าข้อมูลของคนไทยที่เกี่ยวกับการค้าขาย การทำมาหากิน ข้อมูลท่องเที่ยว ที่เป็นข้อมูลดิจิทัลของเราไปอยู่ต่างประเทศหมด ถึงได้บอกว่าเวลาที่จะทำสตาร์ทอัพมันทำไม่ได้มันไม่มีข้อมูล ให้เขามาทำ คนรุ่นใหม่มาถึง บริษัทที่เกิดใหม่มาถึงพอเขาเห็นข้อมูล Data Lake ที่ฟรีกับทุกคน เขาก็สามารถประมวลผลข้อมูลเหล่านี้ได้ อันนี้จะเป็นส่วนต่อขยายที่สำคัญ

ถาม : โครงสร้างพื้นฐาน 5G ใน EEC พร้อมแล้ว ออโตเมชั่น ช่วยลดต้นทุนโรงงานได้ 30% แต่สิ่งที่ขาดไปคือ “Data Center”
ตอบ(ดร.คณิศ) : มันเข้ากับภาพรวมของการทำงาน EEC ยังไง EEC เราอนุมัติเรื่องเกี่ยวกับแผนการทำ 5G กับระบบข้อมูลไว้เมื่อประมาณ 6-7 เดือนก่อนเราเริ่มคุยกับเอกชน ประเด็นก็คือว่า ระยะแรกที่เราทำเมื่อ 5-6 เดือนก่อนเรารู้แล้วว่า EEC จะมีสัญญาณ 5G ครบ 100% ท่อ-เสา- สายสัญญาณครบเรียบร้อย มีสัญญาณเรียบร้อย

คำถามก็คือว่า มีสัญญาณแล้วจะทำอะไร เราก็เสนอในคณะกรรมการ EEC ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน บอกว่าเดิน 2 ทาง ทางหนึ่งก็คือ เอา 5G ไปใช้ทำออโตเมชั่นในโรงงาน ในธุรกิจทั่วไป โรงแรม โรงเรียนพวกนี้ใช้ได้ด้วย คือไปทำระบบออโตเมชั่น อันนี้ทำได้เร็วเพราะว่าโรงงานเค้าพร้อมที่จะเทิร์นออโตเมชั่นอยู่แล้ว และเราก็มีขบวนการทำงานล่วงหน้ามาหลายปีแล้ว เรื่องนี้ก็เลยพร้อมเข้าไปในโรงงานตอนนี้ก็เป็นเรื่องใหญ่โต เพราะว่าจะทำให้มีต้นทุนผลิตของเราลดลงประมาณ 30% อันนี้สำคัญ อันนี้ฝั่งหนึ่งเดินละ เดินมาหลายเดือนละ

อีกฝั่งหนึ่งจาก ท่อ-เสา- สายสัญญาณ และไปทำในธุรกิจต่างๆ ก็จะเกิดข้อมูลขึ้นมา ก็ปรากฏว่าข้อมูลนี้เป็นธุรกิจข้อมูล ซึ่งเป็นธุรกิจข้อมูลนี้ มันจะมีมูลค่ามหาศาลในเชิงธุรกิจมากกว่า ท่อ-เสา- สายสัญญาณ ไม่น้อยกว่า 5 เท่า เลยคิดว่าเราจะนำท่อ-เสา- สายสัญญาณ 5G นี้มาทำธุรกิจเดต้าอย่างไร เพราะฉะนั้นจะมี 2 อัน

อันหนึ่งคือเราจะทำ Data Center คือที่เก็บข้อมูล ให้ทุกคน ภาครัฐและเอกชนเอาข้อมูลมาเก็บไว้ ซึ่งก็มี Data Center หลายแห่งทั้งใน EEC และทั่วประเทศ แต่ว่า Data Center ที่นี่จะเป็น Data Center ที่อยู่ใน EEC แล้วคนไทยเป็นเจ้าของ เพราะฉะนั้นเราก็เห็นควรว่าควรจะมาร่วมมือกันทำ Data Center นี้เอาข้อมูลเข้าไปใส่ ข้อมูลที่พูดถึงนี้จะเป็นข้อมูลของภาครัฐด้วย ของภาคเอกชนที่สมัครใจมาใช้ธุรกิจอันนี้ อันหนึ่ง

ถาม : เมื่อ Data Center ของคนไทยวางเสาเอกแล้วเริ่มเปิดใช้บริการ กรกฎาคม 2565 เพื่อพลิกโฉมประเทศไทย
ตอบ (ดร.คณิศ) : เสร็จแล้วหลังจากมีข้อมูล ระยะที่ 2 คือการเชื่อมโยงระหว่างข้อมูลของภาครัฐและเอกชนให้อยู่ในสภาพที่หน่วยงานที่เอาข้อมูลเข้าไปใส่ สามารถเห็นข้อมูลคนอื่นได้พร้อมกัน ใช้งานได้พร้อมกัน ใช้งานบริการประชาชนได้พร้อมกัน เช่น หน่วยงานราชการ 1- 2- 3- 4 เข้าไป แทนที่จะไปขอทีละหน่วย ทีนี้พอเขาเชื่อมโยงกันได้ก็ขอมาที่เดียวกัน อันนี้เป็นระยะที่ 2

ระยะที่ 3 อันนี้หลังจากภาครัฐและเอกชนเข้าไปอยู่ด้วยกันแล้ว จะมีลักษณะของเดต้ากลางขึ้นมา เราสามารถจัดสร้างเดต้ากลาง เดต้ากลางพวกนี้จะบอกได้ว่ามีธุรกรรมอะไรบ้าง ทำอะไรบ้าง ภาครัฐ ภาคเอกชนทำยังไง จะขออนุญาตยังไง มีคนเข้าไปใช้ยังไง เพราะฉะนั้นตัวเดต้ากลางหรือที่เรียกว่า common data lake มันจะเป็นที่ๆ เราเอาข้อมูลมาทำส่วน Support ส่วนสนับสนุนธุรกิจแล้วก็ทำธุรกิจใหม่ เช่น มีข้อมูลพวกนี้เราก็จะเห็นแล้วว่า ok

ถ้าจะทำแอพพลิเคชั่นสนับสนุนเรื่องการท่องเที่ยว จะทำเรื่องอะไรบ้าง จะให้ไปเที่ยวที่ไหนบ้าง จะลดต้นทุนยังไงบ้าง จะเก็บเงินยังไงบ้าง ระบบการเก็บเงิน เพราะว่าเดต้าตัวนี้มันมีความสำคัญ มันสามารถสร้างธุรกิจต่อได้ ซึ่งธุรกิจเหล่านี้จะเป็นธุรกิจสมัยใหม่ ที่เขาเรียกว่าสตาร์ทอัพ ที่เขาเรียกว่าบริษัทใหญ่ เวลาไปเอาข้อมูลพวกนี้มาใช้อย่างบริษัทประกัน บริษัทด้านการเงิน บริษัทท่องเที่ยวก็จะได้ใช้ข้อมูลเหล่านี้พร้อมกัน เพราะฉะนั้นตอนนี้เราเดินขานี้ ที่นอกจากจะเอาไปทำออโตเมชั่น เราเดินขาซึ่งเป็นธุรกิจข้อมูลซึ่งจะมีมูลค่ามหาศาล ต้องขอเรียนว่าที่เราสนับสนุนที่นี่เพราะว่าเดต้าส่วนใหญ่ของประเทศไทย ส่วนใหญ่เก็บไว้นอกประเทศ หรือไม่ก็เก็บไว้กับเอกชน

ข้อมูลปกติมีการสำรวจเหมือนกันว่าข้อมูลของคนไทยที่เกี่ยวกับการค้าขาย การทำมาหากิน ข้อมูลท่องท่องเที่ยวที่เป็นข้อมูลดิจิทัลของเราไปอยู่ต่างประเทศหมด ถึงได้บอกว่า เวลาที่จะทำสตาร์ทอัพมันทำไม่ได้ มันไม่มีข้อมูลให้เขามาทำ

ถาม : หลังจากคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ได้ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับบริษัทอีอีซี
โกลบอล คลาวด์ จำกัด จะมีข้อมูลจากแหล่งใดบ้าง?

ตอบ (ดร. คณิศ) : Data center เป็นของเอกชน เอาวางตรงนี้ก่อนนะครับ ส่วน EEC มาช่วยให้มีคนมาใช้ Data center นี้ เพราะเรามุ่งหวังว่าการที่ดึงคนเข้ามาใช้ Data center นี้ จะทำให้เราสามารถทำเดต้ากลางหรือข้อมูลกลางขึ้นมาได้เพื่อพัฒนาแอพพลิเคชั่นและการใช้ต่อไป เพราะฉะนั้นเราก็ทุ่มเทพลังมาที่นี่ บอกว่าถ้าเป็นแบบนี้ เรามี Data center แล้ว ให้หน่วยราชการที่พร้อมจะมา มาใช้ที่นี่ด้วยแม้ว่าเขาจะมี Data center อยู่ที่อื่นก็ตาม ให้เค้าสามารถเอาเดต้ามาฝากไว้ที่นี่ด้วยเช่นกัน ภาคเอกชนที่ทำทั้ง ปตท. ทั้งบริษัทที่อยู่นี่ ก็เอาข้อมูลมาไว้ที่นี่ด้วย อันนี้ layer แรก

layer ที่ 2 คือข้อมูลเอกชนกับรัฐบาล กับหน่วยงานของรัฐจะได้อยู่มาตรฐานเดียวกัน อยู่ในคลาวด์อันเดียวกัน พออยู่ในคลาวด์อันเดียวกันแต่ละคนก็จะเห็นข้อมูลของคนอื่นที่เปิดเผยได้ แชร์ด้วยกัน หลังจากแชร์ด้วยกันแล้วข้อมูลจะมาจากที่ไหน ก็มาจากภาครัฐและเอกชนมาอยู่ที่เดียวกัน

EEC เราจะสนับสนุนให้เกิดเรื่องพวกนี้ หมายความว่าใครสมัครใจมาที่นี่เราก็จะช่วยสนับสนุน พอเราได้ข้อมูลมาจัดการข้อมูลให้เชื่อมโยงกันแล้วข้อมูลพวกนี้ที่ไม่เป็นความลับก็จะไปอยู่ในข้อมูลที่เรียกว่า common data lake อีกอันหนึ่ง อันนี้เราจะเปิดให้คนมาซื้อข้อมูลบ้าง มาใช้ข้อมูลบ้างแล้วแต่กรณี

สมมุติว่าพวกเราอยากจะรู้ว่าข้อมูลตอนนี้ มีคนเข้ามาท่องเที่ยวที่หาดไหนบ้าง เยอะเป็นพิเศษเท่าไหร่ ก็เข้าไปดูข้อมูล เขาก็สามารถไปสร้างแอพพลิเคชั่นไปอำนวยความสะดวกที่หาดนี้ สามารถไปอำนวยความสะดวกเรื่องการท่องเที่ยวที่ตรงนี้ สามารถไปช่วยเรื่องการทำธุรกิจที่ตรงนี้ได้อย่างสะดวกสบาย เพราะฉะนั้นพวกนี้ที่เข้ามาจะมีทั้งบริษัทใหญ่ บริษัทเล็ก มีสตาร์ทอัพ ฯลฯ ซึ่งจะทำให้มูลค่าของธุรกิจเหล่านี้ดีขึ้น แต่อย่าลืมว่าสิ่งที่เข้าไปช่วยเหล่านี้ มันก็จะช่วยธุรกิจด้วย ธุรกิจท่องเที่ยวให้มันดีขึ้นด้วย ทำให้มันเกิดความสามารถพิเศษขึ้นมา

ถาม : ก้าวแรกของความสำเร็จของ Data Center ของ อีอีซี โกลบอล คลาวด์ ในพื้นที่ “เทค พาร์ค” จะกลายเป็นคลัสเตอร์ต้นแบบประเทศไทย
ตอบ (ดร.คณิศ) : พื้นที่ใน EEC ได้รับความสนใจและก็มีธุรกิจหลายอย่าง ยกตัวอย่าง ที่เราทำเรื่อง สมาร์ท โพลล์ ที่บ้านฉาง เพราะว่าเราทำสนามบินแน่ๆ แล้วเราก็มีมาบตาพุดอยู่ฝั่งนี้ เราก็ทำท่าเรือด้วย พื้นที่ตรงกลางระหว่างตรงนี้คือบ้านฉาง เราก็เลยมาโฟกัสที่บ้านฉาง เพราะว่าบ้านฉางกำลังจะเปลี่ยน เพราะว่ามันมีกระแสการพัฒนาเข้ามาใช่ไหมครับ

ในขณะเดียวกันคนบ้านฉางเขาก็อยากจะเปลี่ยนเราก็เห็นว่าเขาอยากจะเป็นสมาร์ท ซิตี้มาตั้งนานแล้ว เราก็เลยสนับสนุนให้เขาเป็น เป็นความต้องการของเขา เพราะฉะนั้นมันก็เป็นเรื่องของความสมัครใจด้วย การทำงานร่วมกันด้วย เป็นตัวอย่าง ถ้าทำตรงนี้ได้ก็ขยายไปที่อื่น ในขณะเดียวกันเราก็ให้ความช่วยเหลือด้วย ความช่วยเหลือที่เราให้อาจจะไม่ใช่รูปของการเงินหรือไม่ใช่รูปของสิทธิประโยชน์อะไรหรอก มันเป็นความช่วยเหลือทางด้านการเชื่อมโยงกับธุรกิจที่จะเข้ามาในพื้นที่

พอมีใครที่ สนใจจะมาเราก็บอกมาดูตรงนี้สิ ตรงนี้เค้าน่าสนใจ เค้าเริ่มทำตรงนี้ พอเริ่มไปได้ก็จะเกิดคลัสเตอร์ขึ้นมา ถึงแม้จะไม่ให้สิทธิประโยชน์ผมคิดว่าคลัสเตอร์พวกนี้ก็มา แต่เราก็สามารถให้สิทธิประโยชน์ได้ด้วย แต่อย่าไปมองว่าสิทธิประโยชน์เป็นเรื่องสำคัญ แต่ว่ามองว่าการสร้างคลัสเตอร์พวกนี้เป็นการร่วมมือระหว่างธุรกิจ เช่น เราไปคุยกัCisco แล้ว Cisco บอกว่าอยากจะลงทุนในประเทศไทย เราก็บอกว่ามาคุยกับทางนี้สิ มาคุยดูว่าจะทำอะไรได้บ้าง ก็คุยกันก็มาอยู่ที่เทค พาร์ค แต่มาอยู่ที่เทค พาร์คCisco ก็จะมาใช้ Data center ที่นี่

เวลาที่มีบริษัทอินเดียหรือบริษัทไหนๆ มา เราก็บอกให้มาดูแถวนี้เพราะมันกำลังจะเกิดคลัสเตอร์ละ อันนี้เป็นความเต็มใจของเขาเอง แต่ว่าพอเป็นแบบนี้แล้วเค้าก็ดีใจ เพราะว่าเค้ามาก็ไม่ต้องแบก Data center เข้ามา เขาก็มาใช้ธุรกิจที่นี่

พิธีกรพูดเสริม : จะได้ฝากข้อมูลกับเราก็ได้ด้วย..
ตอบ (ดร.คณิศ) ช่าย และเราก็ดูแลให้ เพราะฉะนั้นก็เลยเกิดหลายๆ อย่างขึ้นมาพร้อมกัน Data center เป็นหนึ่งในกิจกรรมหลายอันที่จะทำ จะมี Center เรื่อง R&D, center เรื่องสตาร์ทอัพ พื้นที่แถวๆ นี้นะครับ ซึ่งเหมาะเพราะว่าอยู่ใกล้สนามบิน งานธุรกิจที่เกี่ยวกับไอทีเป็นเรื่องเดต้า กับเป็นเรื่องคน คนเข้า-ออกสะดวก เดี๋ยวก็มีไฟมา เดี๋ยวก็สนามบินเสร็จละ มีเครื่องบินมามันก็ง่ายถูกไหมครับ

เรื่องแบบนี้มันก็เกิดเพราะว่า ระบบการปฏิสัมพันธ์ของธุรกิจต่างๆ ของกิจกรรมต่างๆ ที่อีอีซีทำ มันเริ่มขึง ขึงยึดโยงซึ่งกันและกัน มันก็เลยทำให้ Data center ทำได้ง่าย เวลาที่จะทำเรื่อง IT, R&D ก็ทำได้ง่าย นี่เป็นความพยายามที่จะทำ

คำถาม : Data center จึงต้องมีมาตรฐานสากลในระดับ TIER 3 ของ อีอีซี โกลบอล คลาวด์ คืออะไร?
ตอบ (ดร. ชิต ) : ธุรกิจของ Data center มันขึ้นไปถึงขั้นการทำ Data Analytic คำเทคนิคจริงๆ ที่เราคุยกันมี 2 คำ คือเรื่องของ RPO กับ RTO เพื่อไม่ให้มันเป็นเทคนิคเกินไปผมขออธิบายดังนี้ เราจำเป็นต้องมีข้อมูลที่หายไปไม่ได้ ถ้าเกิด Data center มีอะไรเป็นไปเราต้องสามารถที่จะ Recover ข้อมูลเดิมออกมาได้

อันที่2 RTO คือช่วงเวลาที่ระบบล่ม เดี๋ยวนี้เราว่ากันเป็น millisecond ในหลายแอพพลิเคชั่น ในหลายๆ งานประยุกต์ ไม่ว่าจะเป็นงานธนาคาร งานสุขภาพ หรืองานเกี่ยวกับเรื่องอุตสาหกรรม 4.0 เราไม่สามารถที่จะให้ระบบล่มนานได้เพราะว่าพอข้อมูลไม่ต่อเนื่องก็จะมีปัญหา ดังนั้นหาก Data center ที่เรากำลังคุยอยู่ตอนนี้จึงต้องมีลักษณะที่มาตรฐานที่เราเรียกว่า TIER3

TIER3 หมายความว่า เค้าสามารถ on ได้ 99.999 % คือเค้าจะมี 2ขา ระบบเพาเวอร์ ถ้าด้านฝั่งนี้เฟล(ล่ม)ไป ฝั่งนี้ต้องขึ้นเลยเพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลของท่านไม่หายไป และสามารถเดินต่อได้ อันนี้คือประเด็นหลัก

ประเด็นต่อมาก็คือ เนื่องจากพอโควิดมาทุกท่านรู้ เรา work from home เราไม่ได้จับกลุ่มก้อนทำงานเหมือนเดิม จะเห็นว่าการที่จะต้องทำงานกับข้อมูลมีความสำคัญมาก พื้นฐานเราศูนย์ หนึ่ง ศูนย์ หนึ่ง ข้อมูลนี้ เราสามารถทำให้ ศูนย์ หนึ่ง ศูนย์ หนึ่ง มาเป็นข้อมูลสำคัญละ แต่ตอนนี้มันไม่ได้หยุดแค่นี้ เราต้องสามารถ ที่พอเรารู้โปรไฟล์ของข้อมูลปั๊บ เราต้องบอกได้ว่าต่อไปจะเกิดอะไรขึ้น แต่ขั้นสุดท้ายที่กำลังจะเป็นวิทยาการ ที่ต้องเอามาใช้ในเมืองไทยด้วย ก็คือนอกจากสามารถคาดเดาว่าอะไรจะเกิดขึ้นแล้วต้องสามารถบอกได้ว่าถ้าเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นแล้ว เราควรจะต้องทำอย่างไร คือถ้าพูดให้รวบรัดตรงไปตรงมาคือว่า ถ้าเราทำนายว่าจะมีผลเสียเกิดขึ้นควรต้องทำอย่างไรเพื่อที่จะกำจัดผลเสียนั้น แต่ถ้าผลลัพธ์ออกมาดีมากเราต้องเสริมอะไรมันถึงจะทะลุกลางปล้องไปเลย ทะลุฟ้าไปเลยอะไรทำนองนี้ เพราะฉะนั้นระบบข้อมูลจึงมีความสำคัญมาก

คราวนี้ คอนเซ็ปต์เดิมที่บอกว่าจะต้องมี DC กับ DR, DC คือ Data Center DR คือ Data Recovery หรือว่าศูนย์สำรอง ต้องเรียนอย่างนี้นะครับว่า ตอนนี้แนวความคิดนี้ล้าสมัยละ วันนี้ที่เราเห็นData Center จะเป็นหนึ่งในหลายๆ Data Center

Data Center ตอนนี้ไม่มี DC, DR แต่เราจะเรียกว่าเป็น Multi cloud แต่ละที่จะต่อกันเป็นแบบ Multi cloud ถ้าพูดให้เห็นว่า แค่ที่เดียวก็ 99.99 แล้วใช่มั้ย โอกาสที่จะล้มเหลวคือ 0.0001% พอมาต่ออย่างนี้ปั๊บ แทบจะไม่ล้มเลย เป็นแมว 9 ชีวิตเลย เพราะว่ามี 20 มี 30 data center ก็ต่อกันหมด เป็น Multi cloud ดังนั้นท่านเลขาฯ คณิศ จึงใช้คำว่า อันนี้จะเป็นส่วนต่อขยายที่สำคัญต่ออุตสาหกรรมข้อมูล

เพราะฉะนั้นข้อมูลนี้คนรุ่นใหม่มาถึงหรือว่าบริษัท ที่เกิดใหม่มาถึง พอเค้าดูข้อมูล Data lake ซึ่งฟรีกับทุกคน เค้าดูแล้วว่าเค้าก็สามารถที่จะประมวลผลข้อมูลนี้ได้ ประมาทไม่ได้นะครับ ผมเคยไปช่วยทาง BOI มีบริษัทต่างประเทศมาลงทุนเรื่องอุตสาหกรรมข้อมูล ผมชี้ให้ท่านเข้าใจอย่างนี้แล้วกัน ข้อมูล มูลค่าของข้อมูลเข้ามา 1 บาท ตอนหลัง Process เสร็จปั๊บออกไป นี่คือ 10 บาท 10 เท่า one order magnitudes 10 เท่า แต่ข้อเท็จจริงมันอาจจะมากว่า 10 เท่าก็ได้นะ

ตอนนี้ข้อมูลอย่างเช่นที่ ผมเป็นกรรมการอยู่ที่ SKP GISTDA ด้วย เราใช้ดาวเทียมในการดูขยะใน EEC ดูแบบ Dynamics ด้วย ข้อมูลพวกนี้เราจะขึ้นโชว์เป็น common data lake เลย เพื่อที่จะให้ คนที่เกี่ยวข้องกับการจัดการขยะหรือแม้แต่ประชาชนทั่วไปรู้ว่า มันมีอะไรเกิดขึ้นทำไมขยะมันกระจายตัวอย่างนี้ ไม่ใช่ ที่ผ่านมาเห็นไหมครับว่านี่อยู่ดีๆ ปั๊บขึ้นมาเป็นกองขยะ แต่ตอนนี้ไม่ได้แล้วเพราะข้อมูลมันจะเห็นกันหมด ผมมั่นใจเลยว่าพวกเราคนไทยรุ่นใหม่ พอเห็นข้อมูลพวกนี้ก็สามารถที่จะสตาร์ทอัพบริษัทขึ้นมาแล้วก็ process ข้อมูล

You may also like

Leave a Comment