อย่ามองหุ้นปี 65 ในมุมโลกสวย / สุนันท์ ศรีจันทรา

by admin
8 views

ต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา นักลงทุนต่างตั้งความหวังว่า จะได้เห็นดัชนีหุ้น พุ่งทะยานทะลุ 1,700 จุด แต่ปลายสัปดาห์ตลาดกลับพลิกผัน เพราะมรสุมข่าวร้ายกระหน่ำรอบด้าน จนดัชนีหุ้นทรุดลงและมีแนวโน้มที่จะหลุดระดับ 1,650 จุด

บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นช่วงสองสัปดาห์แรกปีนี้ ถือว่าสดใส เพราะไม่มีปัจจัยกระทบ และนักลงทุนต่างชาติกลับมาไล่ซื้อหุ้นต่อเนื่องจากช่วงปลายปีก่อน

ขณะที่โบรกเกอร์ส่วนใหญ่มีมุมมองตลาดหุ้นปี 2565 ในแง่ดี ประเมินว่า ดัชนีหุ้นปลายปีจะขยับขึ้นไปแตะระดับ 1,800 – 1,850 จุด กระตุ้นความมั่นใจของนักลงทุน

แต่ช่วงปลายสัปดาห์ สถานการณการลงทุนเปลี่ยนไปสู่ช่วงขาลง เพราะมีปัจจัยลบเข้ามากระทบ ทั้งจากภายนอกและภายในประเทศ และนักลงทุนต่างชาติแห่เทขายหุ้นซ้ำเติมอีก

นักลงทุนต่างชาติเป็นกลุ่มที่ชี้นำทิศทางตลาดหุ้นตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา ดัชนีหุ้นที่ปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง เพราะแรงซื้อของต่างชาติ เมื่อต่างชาติปรับกลยุทธ์หันมาขาย จึงฉุดให้หุ้นเกิดการปรับฐาน

ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ตลาดหุ้นสหรัฐ ดิ่งลงอย่างต่อเนื่อง เพราะความกังวลธนาคารกลางสหรัฐจะขึ้นดอกเบี้ยเร็วกว่ากำหนด และทำให้ตลาดหุ้นย่านเอเชียผันผวนตาม

ส่วนสถานการณ์การเมืองในประเทศเริ่มมีความไม่แน่นอน หลังจากพรรคพลังประชารัฐ ประกาศขับ ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า พร้อม ส.ส.รวม 21 คนพ้นพรรค ซึ่งส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จนเกิดความคาดหมายว่า จะเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในอนาคตอันใกล้

นอกจากนั้น ฝ่ายวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ โบรกเกอร์หลายแห่ง เริ่มปรับมุมมองตลาดหุ้นปีนี้ใหม่ โดยคาดการณ์ว่า ดัชนีหุ้นปลายปีอาจปรับขึ้นไปยืนที่ระดับ 1,740-1,750 จุดเท่านั้น ไม่ได้มองโลกสวยระดับ 1,800-1,850 จุดเหมือนหลายโบรกเกอร์ที่ประเมินไว้ก่อนหน้า

เพราะเชื่อว่า ปีนี้ต่างชาติยังไม่กลับมาเต็มตัว และการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ยังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการลงทุนอยู่ รวมทั้งยังมีแรงกดดันจากการขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐและการลดขนาดคิวอีลงอีกด้วย

ปี 2564 นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นสุทธิ 4.85 หมื่นล้านบาท ส่วนปี 2565 มียอดซื้อหุ้นสุทธิสะสมจนสิ้นสุดวันที่ 20 มกราคมที่ผ่านมาจำนวน 6,024 ล้านบาท และไม่อาจคาดหวังได้ว่า เงินทุนต่างชาติจะไหลกลับเข้าตลาดหุ้นหรือไม่ แม้จะขายหุ้นออกติดต่อประมาณ 5 ปี วงเงินรวมกว่า 5 แสนล้านบาทก็ตาม

ถ้าต่างชาติยังไม่มา ตลาดหุ้นคงไปต่อได้ยาก หรือปรับตัวขึ้นได้ คงไปไม่ไกล และโบรกเกอร์กำหนดเพดานสูงสุดเพียง 1,750 จุด หรือในเวลา 11 เดือนข้างหน้า ปรับตัวเพิ่มขึ้นอีกเพียง 100 จุดเท่านั้น

ช่องว่างการทำกำไรปีนี้แคบกว่าปีก่อน เพราะปีก่อนผลตอบแทนเฉลี่ยของตลาดหุ้น คำนวณจากดัชนี ฯ ที่ปรับตัวขึ้น อยู่ที่ระดับ 14.37% และมีหุ้นที่ปรับตัวขึ้นเกินกว่า 100% จำนวน 152 บริษัท แต่ประมาณการผลตอบแทนเฉลี่ยการลงทุนหุ้นปีนี้อยู่ที่ระดับ 6% เท่านั้น

เพียงช่วงต้นปี ตลาดหุ้นเกิดความพลิกผันแล้ว จากแนวโน้มขาขึ้นกลับสู่ทิศทางช่วงขาลง เพราะมรสุมข่าวร้ายกระหน่ำ การเมืองเริ่มไม่นิ่ง “โควิด” ยังไม่สงบ ดอกเบี้ยสหรัฐกำลังจะขึ้น แถมฝรั่งหันมาขายอีก

การค้าขายหากำไรจากตลาดหุ้นปีนี้ คงไม่สดใสเหมือนปีที่ผ่านมา และมีความเสี่ยงเจ็บเนื้อเจ็บตัวได้ง่าย

นักลงทุนจึงไม่ควรมองโลกสวย ไม่มองตลาดหุ้นปี 2565 ดีเกินไป เพราะเศรษฐกิจและการลงทุนมีแต่ความไม่แน่นอน

You may also like

Leave a Comment