สรุปข่าวไทย วันพฤหัสบดีที่ 20 มกราคม

by admin
13 views

‘ธรรมนัส’ เคลื่อนไหวแล้ว โพสต์เปิดใจหลังถูกขับ ถามปชช.ไปอยู่พรรคไหนดี?

เมื่อเวลา 22.00 น.วันที่ 19 ม.ค.2565 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า อดีตเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ได้โพสต์เปิดใจผ่านเฟซบุ๊กหลังจากถูกมติพรรค 78 เสียงขับออกจากพรรค พร้อมส.ส.อีก 20 คน โดย ร.อ.ธรรมนัส ระบุว่า ผมขอกราบขอบพระคุณทุกกำลังใจ และความห่วงใยจากพ่อแม่พี่น้องประชาชนรวมถึงสมาชิกพรรคพลังประชารัฐทุกท่าน ผมในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรยังคงมุ่งมั่นตั้งใจที่จะเดินหน้าทำงานเพื่อพ่อแม่พี่น้องประชาชนเพื่อพัฒนาประเทศชาติต่อไปอย่างที่ผมตั้งใจไว้และสัญญากับประชาชนทุกคนไว้ตลอดมาครับ #ไปอยู่พรรคไหนดีครับ

หลังจากร.อ.ธรรมนัส โพสต์เปิดใจ รวมทั้งติดแฮชแท็ก # ไปอยู่พรรคไหนดีครับ ปรากฏว่ามีบรรดากองเชียร์เข้าไปให้กำลังใจล้นหลาม โดยมีการเสนอความเห็นทั้งไปตั้งพรรคใหม่ รวมทั้งเชียร์ให้ไปอยูู่พรรคก้าวไกล หรือพรรคเพื่อไทย ก็ได้

ต่อรองปรับครม.ขอเก้าอี้รัฐมนตรีให้ 21 ส.ส.-ธรรมนัสอยากนั่ง รมว.กระทรวงทรัพย์ฯ

ในที่ประชุม ส.ส. พรรค พปชร.ที่มูลนิธิป่ารอยต่อฯ ร.อ.ธรรมนัส ได้แจ้งต่อ พล.อ.ประวิตรว่า มีส.ส.ที่พร้อมจะออก พร้อมกับตน จำนวน 22 คน ดังนั้น ถ้าจะไม่ให้กลุ่มนี้ออก ต้องมีการปรับ ครม. และ ให้ ส.ส. 22 คน ต้องมี 1 ตำแหน่งรัฐมนตรี แต่ถ้าไม่มีการปรับ ครม. ทันที ส.ส. ทั้ง 22 คน ก็จะไม่เป็นองค์ประชุมในสภาฯให้แก่รัฐบาล อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 20 ม.ค.จะแถลงข่าว 12.00 น.เพื่อแสดงความชัดเจนต่อไป ทั้งนี้มี รายงานร.อ.ธรรมนัส ต่อรองขอตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ลงมติขับธรรมนัส-20 ส.ส.พ้นพรรค

ก่อนหน้านี้เมื่อเวลา 20.30 น. วันที่ 19 ม.ค.2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการประชุมเครียดกว่า 3 ชั่วโมง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ มีสีหน้าตึงเครียดมาก จากนั้นมีการเรียกประชุมเฉพาะกรรมการบริหารพรรคต่อทันที เพื่อหารือเรื่องดังกล่าว ก่อนที่จะแจ้งให้กับ ส.ส.ที่อยู่อีกห้องหนึ่ง ปรากฏว่ากรรมการบริหารพรรครวม ส.ส.พรรคทั้งหมด 78 เสียง มีมติขับ ร.อ.ธรรมนัส และพวกรวมทั้งหมด 21 คน ในข้อหาสร้างความขัดแย้งภายในพรรค โดยจะต้องหาพรรคใหม่ ภายใน 30 วัน

เรื่องการขับพ้นพรรค นายบุญสิงห์ วรรินทร์รักษ์ นายทะเบียนพรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยภายหลังการประชุมกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ ว่า โดยกรรมการเห็นว่าในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา มีเหตุแห่งความร้ายแรงของพรรค ที่เกิดจาก 21 คน การให้สมาชิกพรรคพ้นตำแหน่งมี 3 สาเหตุ คือ ตัวบุคคลมีวินัยร้ายแรง ผิดจรรยาบรรณร้ายแรง ทำให้พรรคบริหารงานไม่มีประสิทธิภาพ และเพื่อแก้ไขความขัดแย้งที่ดีที่สุดจึงมีมติขับออก

มีรายงานข่าวว่านางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เหรัญญิกพรรค ไม่ได้ร่วมลงชื่อที่จะออกจากพรรคพร้อม ร.อ.ธรรมนัส และนายเพชรภูมิ อาภรณ์รัตน์ ส.ส.กำแพงเพชร ได้ขอถอนตัวจากกลุ่ม ร.อ.ธรรมนัส และมีรายงานข่าวว่า มีแนวโน้มว่า ร.อ.ธรรมนัสจะย้ายไปอยู่พรรคเศรษฐกิจไทย ซึ่งเป็นพรรคใหม่

พรรคเศรษฐกิจไทยมีพล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ประธานยุทธศาสตร์พรรค พปชร.เป็นหัวหน้าพรรค

ทั้งนี้ในวันที่ 20 ม.ค.เวลา 10.30 น. นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรค จะเปิดแถลงข่าวที่รัฐสภา

รายชื่อ 21 ส.ส.ในทีมธรรมนัส

เมื่อคืนวันที่ 19 มกราคม ภายหลังกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ รวมทั้ง ส.ส.พรรค ทั้งหมด 78 เสียง มีมติขับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคฯ และพวกรวมทั้งหมด 21 คน ออกจากพรรคฯ ในข้อหาสร้างความขัดแย้งภายในพรรค โดยจะต้องหาพรรคใหม่ ภายใน 30 วัน มีรายชื่อทั้งหมด ดังนี้

1.ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา และเลขาธิการพรรคฯ
2.นายวัฒนา ช่างเหลา ส.ส.ขอนแก่น
3.นายธนัสถ์ ทวีเกื้อกูลกิจ ส.ส. ตาก
4.นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข ส.ส.ตาก
5.นายไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร
6.นายวัฒนา สิทธิวัง ส.ส.ลำปาง
7.นายเกษม ศุภรานนท์ ส.ส.นครราชสีมา
8.นายสมศักดิ์ พันธุ์เกษม ส.ส.นครราชสีมา
9.นายณัฏฐพล จรัสรพีพงษ์ ส.ส.สุรินทร์
10.นายสมศักดิ์ คุณเงิน ส.ส.ขอนแก่น
11.นายจีรเดช ศรีวิราช ส.ส.พะเยา
12.นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ
13.นายพรชัย อินทร์สุข ส.ส.พิจิตร
14.นายเอกราช ช่างเหลา ส.ส.บัญชีรายชื่อ
15.นายปัญญา จีนาคำ ส.ส.แม่ฮ่องสอน
16.นางจอมขวัญ กลับบ้านเกาะ ส.ส.สมุทรสาคร
17.นายสะถิระ เผือกประพันธุ์ ส.ส.ชลบุรี
18.นายยุทธนา โพธสุธน ส.ส.บัญชีรายชื่อ
19.พล.ต.อ.ยงยุทธ เทพจำนงค์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ
20.นางทัศนาพร เกษเมธีการุณ ส.ส.นครราชสีมา
21.นายธนะสิทธิ์ โควสุรัตน์ส.ส.อุบลราชธานี

แง้มโครงสร้างพรรคใหม่ลือ “ธรรมนัส” ย้ายซบ มีชื่อ “บิ๊กน้อย และ พัชรวาท”

วันที่ 19 ม.ค. 2565 ภายหลัง นายบุญสิงห์ วรรินทร์รักษ์ นายทะเบียนพรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยผลการประชุมกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ และ ส.ส. ซึ่งที่ประชุมมีมติขับ ส.ส. จำนวน 21 คน รวมถึง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา ออกจากพรรค หลังจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ได้เรียกมาพูดคุยที่มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัดนั้น

ในส่วนของพรรคที่จะย้ายไปสังกัด มีรายงานข่าวคือ พรรคเศรษฐกิจไทย ที่จะมีชื่อ พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา หรือ บิ๊กน้อย อดีตประธานกรรมการยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ เป็นหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย ส่วน นายอภิชัย เตชะอุบล เป็นเลขาธิการพรรค และมีชื่อ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ หรือ บิ๊กป๊อด น้องชาย บิ๊กป้อม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นที่ปรึกษาพรรค

แต่ตามรายงานของสำนักนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีชื่อ นายประสงค์ วรารัตนกุล เป็นหัวหน้าพรรค และนายเมธาวี เนตรไสว เป็นเลขาธิการพรรค อย่างไรก็ตามมีรายงานว่า ในที่ประชุมพรรคพลังประชารัฐที่มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด นายอภิชัย เข้าร่วมประชุมด้วย ขณะที่เจ้าตัวยังเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์.

บิ๊กป้อมบอกธรรมนัสอยากออกก็ยอมๆ ไปเถอะพรรคจะได้เดินหน้า

ขณะเดียวกันมีรายงานข่าวว่า พล.อ.ประวิตร แจ้งต่อที่ประชุมว่า ยอมๆ ไปเถอะ ถ้าอยากออกก็ให้ออกไป จะได้สงบ พรรคจะได้เดินต่อ และเรื่องนี้ได้คุยกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีแล้ว เงื่อนไขในการให้ ขับออก เพราะขอโควตา รัฐมนตรีที่ว่างลง 2 ตำแหน่ง คาดว่าจะไม่ใช่รัฐมนตรีช่วยว่าการ แต่จะเป็นรัฐมนตรีว่าการ เพราะจะมีเสียง ส.ส.ในมือถึง 21 คน

“นายกฯ” เข้าทำเนียบฯ รับฟังสรุปมาตรการก่อนถกศบค. “มาดามแป้ง” เข้าพบอวยพรปีใหม่ ปัดให้สัมภาษณ์สื่อ

วันที่ 19 ม.ค.65 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่ทำเนียบรัฐบาล ว่า หลังจากที่เครือข่ายรามคำแหงเพื่อประชาธิปไตย ประกาศมีเซอร์ไพรส์ “ตู่อยู่ หมูแพง” โดยนัดพร้อมและเจอกันบริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาล ในเวลา 10.00 น.นั้น ล่าสุดตลอดช่วงเข้าที่ผ่านมากองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) สนธิกำลังเพื่อคุมเข้มมาตรการรักษาความปลอดภัยทั้งในทำเนียบรัฐบาลและบริเวณโดยรอบ โดยได้ปิดเส้นทางการจราจรโดยรอบ ตั้งแต่ถนนพระราม 5 บริเวณแยกวัดเบญจมบพิตร แยกสวนมิสกวัน และแยกนางเลิ้ง โดยผู้ใช้เส้นทางการจราจรจะต้องเลี่ยงบริเวณดังกล่าวไปใช้เส้นทางอื่นแทน

ในส่วนของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม แม้ไม่มีภารกิจอย่างเป็นทางการแต่ได้เดินทางเข้าปฏิบัติภารกิจที่ตึกไทยคู่ฟ้า ตั้งแต่เวลา 08.45 น. ขณะที่ พล.อ.สุพจน์ มาลานิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะผอ.ศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศปก.ศบค.) ประชุมคณะกรรมการฯ เพื่อสรุปแนวทางก่อนเสนอมาตรการต่างๆต่อที่ประชุม ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด (ศบค.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ เป็นประธานการประขุม ในวันพฤหัสฯที่ 20 ม.ค.นี้

ขณะเดียวกันเมื่อเวลา 10.00 น. นวลพรรณ ล่ำซำ หรือ “มาดามแป้ง” ผู้จัดการทีมฟุตบอลทีมชาติไทย เดินทางเจ้าพบพล.อ.ประยุทธ์ เป็นการส่วนตัว โดยไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด โดยใช้เวลา 25 นาที จากนั้นเดินทางกลับออกไปโดยไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆ ทำให้มีการคาดเดากันถึงความเคลื่อนไหวทางการเมืองเข้มข้นในขณะนี้ ที่มีการตั้งพรรคใหม่ “สร้างอนาคตไทย” และการย้ายพรรคในขณะนี้

อย่างไรก็ตาม รายงานข่าวแจ้งว่า นางนวลพรรณ และคณะทำงาน เข้าพบนายกรัฐมนตรีเพื่อมาสวัสดีปีใหม่อย่างเป็นทางการ ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ ได้มอบผ้าคลุมไหล่ย้อมครามให้มาดามแป้งและมอบกระเป๋าโอท็อปผ้าบายขอให้กับคณะทำงาน

ชวน หลีกภัย ประชุมสภาแจ้งมีส.ส. 473 คน

เมื่อวันที่ 19 มกราคม ที่รัฐสภา ได้มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดแรก มี นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฏร ทำหน้าที่เป็นประธานซึ่งก่อนการพิจารณาเรื่องตามระเบียบวาระได้แจ้งให้ที่ประชุมรับทราบพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ประกาศแต่งตั้งให้ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) เป็นผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

นายชวนได้แจ้งถึงการลาออกจากตำแหน่ง ส.ส. ของนายสุพล ฟองงาม และนายสันติ กีระนันทน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ที่ยื่นหนังสือขอลาออก เมื่อวันที่ 19 มกราคม2565 เป็นผลให้สมาชิกภาพสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา111 (3) คือ ลาออก ทำให้ปัจจุบันมี สส.ปฏิบัติหน้าที่ได้จำนวน 473คน โดยองค์ประชุมต้องไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งคือ 237คน

ทั้งนี้ นายชวน ยังกล่าวสวัสดีปีใหม่ กับส.ส.และระบุว่า สัปดาห์นี้จะประชุมต่อเนื่อง 3วัน ตั้งแต่วันที่ 19–21 มกราคม ส่วนการประชุมสัปดาห์หน้านั้น จะหารืออีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เหลือเวลาอีก 5 สัปดาห์ จะหมดสมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่ 2 ในปีที่ 3 ดังนั้นต้องพิจารณาเพื่อกำหนดวาระพิจารณาว่าเรื่องใดจะพิจารณาบ้างเพื่อเป็นประโยชน์จากนั้น นายชวน ได้เข้าสู่การประชุมตามระเบียบวาระ หลังจากที่มี ส.ส.ลงชื่อเข้าร่วมประชุม 317คน ถือว่าเกินกึ่งหนึ่งของสมาชิกที่มีทั้งสิ้น 473 คน

‘ชลน่าน’ รับแต่งตั้ง “ผู้นำฝ่ายค้าน”

จากนั้น เวลา 08.30น. สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จัดพิธีรับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว สส.น่าน และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) เป็นผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร โดยมี นางพรพิศ เพชรเจริญ เลขาธิการสภา เป็นผู้เชิญ และอ่านพระบรมราชโองการ และมี สส.จากพรรคการเมืองต่างๆ และข้าราชการเข้าร่วมพิธี ในการนี้ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาได้นำต้นลิ้นมังกรขอบเหลืองมามอบให้ นพ.ชลน่าน เพื่อแสดงความยินดี นอกจากนี้ ยังมี นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาคนที่สองและน.ส.นภาภรณ์ ใจสัจจะ เลขาธิการวุฒิสภา แสดงความยินดีด้วย

ฝ่ายค้านขอ 36 ชั่วโมงถล่มรัฐบาลบิ๊กตู่

ที่รัฐสภา พรรคร่วมฝ่ายค้าน นำโดย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร แถลงภายหลังประชุมคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่านค้าน) ว่า ที่ประชุมมีมติยื่นญัตติทั่วไปเพื่อขอเปิดอภิปรายแบบไม่ลงมติ ตามมาตรา 152 เพื่อสอบถามข้อเท็จจริง และเสนอแนะไปยังรัฐบาล โดยเสนอชื่อร่วมกันเป็น 1ญัตติ ใช้เสียงสมาชิกสภาเพียง1ใน10 ของสมาชิกที่มีอยู่ แต่ละพรรคร่วมฝ่ายค้านเห็นว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ ส่วนเนื้อหาสาระ จะเสนอเป็นภาพกว้างในวิกฤตด้านเศรษฐกิจ ได้แก่

1.ปากท้องของประชาชน ปัญหาความเป็นอยู่ในการดำรงชีวิตภาระหนี้สิน เพราะสินค้าอุปโภคบริโภคแพงทั้งแผ่นดิน
2.โรคโควิดที่ยังระบาดและโรคระบาดอหิวาต์แอฟริกาในสุกร
3.ภาวะวิกฤตด้านการเมือง การปฏิรูปการเมืองการกระจายอำนาจความไม่เป็นธรรมในเรื่องสิทธิทางการเมืองต่างๆ และ
4.ประเด็นอื่นๆที่เกี่ยวเนื่องที่เป็นปัญหาข้อเท็จจริงที่มีอยู่ในปัจจุบันและกระทบกับการดำเนินชีวิตของประชาชน เช่น กรณีการทุจริตคอร์รัปชั่นเหมืองทองอัครา เรื่องผลกระทบด้านประมงที่เป็นปัญหากับไอยูยูและประมงน่านน้ำ โดยจะยื่นญัตติต่อประธานสภาฯในวันที่ 21 มกราคมนี้

ขณะนี้พรรคร่วมฝ่ายค้านกำลังดำเนินการในการลงชื่อ คาดว่าเมื่อตรวจสอบญัตติแล้วเสร็จน่าจะมีการบรรจุญัตติภายใน7วัน หากเป็นไปได้เราจะอภิปรายประมาณกลางเดือนก.พ.สิ่งที่เราต้องพูดคุยกันคือเรื่องเวลาการอภิปราย ฝ่ายค้านจะหารือกับพรรคฝ่ายรัฐบาลว่า จะขอเวลาไม่น้อยกว่า 36ชั่วโมง

เปิดตัวแล้ว ‘พรรคสร้างอนาคตไทย’

ที่ห้อง World Ballroom โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ นายอุตตม สาวนายน อดีตรมว.คลัง และนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ อดีต รมว.พลังงาน และคณะผู้ก่อตั้งจากหลายภาคส่วน ร่วมแถลงข่าวเปิดตัวพรรคสร้างอนาคตไทย โดยมีนักการเมือง นักวิชาการ นักธุรกิจ เข้าร่วมอาทิ นายสุพล ฟองงาม อดีต สส.พรรคพลังประชารัฐ นายสันติ กีระนันทน์ อดีต สส.พรรคพลังประชารัฐ, นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และอดีต สส.พัทลุง นายรักษ์พงษ์ เซ่งเจริญ อดีตผู้อำนวยการ สทบ.ซึ่งเป็นเลขาธิการส่วนตัว นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกฯ, นายพงศ์พรหม ยามะรัต อดีตรองหัวหน้าพรรคกล้า, นายมนต์ชีพ ศิวะสินางกูร หรือ นายสะอาด นักร้องชื่อดัง ซึ่งเป็นผู้ร่วมก่อตั้งพรรคกล้า

นายอุตตม กล่าวว่า พวกเราเห็นว่าสถานการณ์ของประเทศขณะนี้น่าเป็นห่วง โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ ปัญหาปากท้องประชาชน รายได้ที่ตกต่ำสวนทางกับปัญหาค่าครองชีพที่สูงขึ้น ในมิติด้านสังคม เมื่อเศรษฐกิจสะดุดลง จะซ้ำเติมปัญหาความเหลื่อมล้ำให้สูงขึ้น เราอยากเห็นพรรคการเมืองที่เกิดขึ้นจากการรวมตัวของประชาชนในหลายภาคส่วน มาระดมกำลังแก้ปัญหาประเทศ สร้างอนาคตประเทศ เพื่อให้มีอนาคตต่อไปได้ พรรคสร้างอนาคตไทย มีบุคลากรหลากหลายความรู้ ระดมสรรพกำลังจากทุกภาคส่วน ทั้งคนจากสายการเมือง เรายังเชิญชวนผู้คนที่อาจไม่พร้อมมาทำงานการเมืองโดยตรง แต่มีใจมีความคิดจะเข้ามาแก้ปัญหาประเทศ สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญ เราได้หารือบุคลากรในอดีตที่เคยแสดงผลงาน มีอดีตรัฐมนตรี ผู้บริหาร ผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ จากภาคเอกชน พรรคฯ ชื่อมั่นว่าเราจะสามารถผนึกกำลัง ทั้งภาคการเมือง ภาคเอกชน ภาคประชาชน ที่ต้องการสร้างสรรค์สิ่งดีๆให้ประเทศ นี่คือจุดยืนสำคัญจุดหนึ่ง ซึ่งปัญหาบ้านเมืองใหญ่มาก ไม่สามารถแก้ได้เพียงแค่คนเพียงไม่กี่กลุ่มได้

ไม่ซ้ายสุดขั้ว-ขวาสุดโต่ง-ไม่โกงชาติ

‘เราจะระดมความคิดเห็นจากพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ เพื่อกำหนดยุทธศาสตร์ แนวคิด แนวทางปฎิบัติที่ทำได้จริง โดยมุ่งมั่นว่าประชาชนคนไทย ต้องมีความหวังที่จับต้องได้ มีโอกาสพัฒนาความสามารถ ความใฝ่ฝันของตัวเอง เข้าถึงแหล่งทุนได้ มีสิทธิเสรีภาพ ได้รับความยุติธรรมที่เท่าเทียม เราจะไม่ซ้ายสุดขั้ว ไม่ขวาสุดโต่ง เราจะไม่โกง ไม่ปล้นชาติ เราอาสาจะเป็นหนึ่งในทางเลือกให้กับสังคมไทย จุดยืนของพรรคคือ เข้ามาแก้ปัญเศรษฐกิจ สร้างความฝัน สร้างอนาคตให้กับประชาชนคนไทย’ นายอุตตม กล่าว

นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า วันนี้ไม่ใช่วันเปิดพรรค แต่วันนี้เราเอาผู้มีเจตนารมย์ที่จะสร้างพรรคการเมือง มานำเสนอต่อสาธารณชน พรรคการเมืองนี้เกิดขึ้นเนื่องด้วยสถานการณ์ของบ้านเมือง ที่ผ่านมาผม 2คน ไม่คิดจะกลับมาทำงานการเมืองอีก เพราะเราเพียงพอแล้ว แต่สถานการณ์บ้านเมืองขณะนี้ เป็นเรื่องที่พี่น้องประชาชนอยากจะฝากความหวังให้อยู่รอดต่อไปได้ ทั้งจากวิกฤตโควิด ปัญหาปากท้อง สิ่งเหล่านี้ เป็นเรื่องที่ทีมงานของพวกเราได้หารือกันแล้วว่า เราจะต้องเข้ามาสร้างซึ่งความหวังของพี่น้องประชาชน หากพี่น้องประชาชนขาดความหวังและความร่วมมือ ประเทศจะเดินหน้าไปไม่ได้

เปิดรายชื่อแกนนำพรรคสร้างอนาคตไทย 23 คน

(19 ม.ค.) การเปิดตัวพรรคสร้างอนาคตไทย ของนายอุตตม สาวนายน อดีต รมว.คลัง และนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ อดีต รมว.พลังงาน แกนนำกลุ่มสี่กุมารเดิม ที่โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ แสดงจุดยืนไม่ซ้ายสุดโต่ง ไม่ขวาสุดขั้ว ไม่โกง ไม่ปล้นชาติ เสนอตัวมาแก้ปัญหาเศรษฐกิจให้กับประเทศ ยืนยันว่าพรรคจะไม่เสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคในการเลือกตั้งครั้งต่อไป และยืนยันว่าไม่ใช่พรรคนอมินี หรือ พรรคอะไหล่ ของ พล.อ.ประยุทธ์ ถือเป็นอีกหนึ่งหน้าความเคลื่อนไหวการเมืองไทยเวลานี้ โดยได้แนะนำแกนนำพรรค รวม 21 คน ได้แก่

1.ศ.ดร.กำพล ปัญญาโกเมศ อดีตอธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)
2.นายนริศ เชยกลิ่น อดีตผู้บริหารระดับสูง ด้านอสังหาริมทรัพย์และการเงิน อาทิ สิงห์ เอสเตท, เซ็นทรัลพัฒนา
3.นายธงชัย ชาสวัสดิ์ นักการทูต อดีตเอกอัคราชทูตไทยประจำสิงคโปร์
4.นายบุญส่ง ชเลธร อดีตคนเดือนตุลา ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบสวัสดิการประเทศยุโรป
5.นายแก้ว สังข์ชู ปราชญ์ชาวบ้านภาคใต้ จ.พัทลุง ผู้นำ ผู้บริหาร เพื่อพัฒนาองค์กรและชุมชน
6.นายศิวโรฒ จิตนิยม ปราชญ์ชาวบ้านภาคกลาง เจ้าของผลงาน หนองสาหร่ายโมเดล อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี
7.ดร.วิรัช วิฑูรย์เธียร อดีตหัวหน้าผู้เชี่ยวชาญสิ่งแวดล้อมจากธนาคารโลก
8.นายพงศ์พรหม ยามะรัต อดีตซีอีโอบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ และนักต่อสู้เพื่อสิ่งแวดล้อม (ลาออกจากพรรคกล้า)
9.นายโอฬาร วีระนนท์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างและลงทุนในธุรกิจนวัตกรรม
10.นางละเอียด ปู่หลุ่ม ปราชญ์ชาวบ้านภาคอีสาน จ.หนองบัวลำภู และผู้ก่อตั้งวิชชาลัยครูไทบ้าน
11.นายอิธวัฒน์ พิทักษ์คุมพล รองเลขาธิการจุฬาราชมนตรี
12.นายรักษ์พงศ์ เซ่งเจริญ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.)
13.นายมนต์ชีพ ศิวะสินางกูร (ครูเป็ด) ครู และคนดนตรี (ลาออกจากพรรคกล้า)
14.นายณพพงศ์ ธีระวร อดีตประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีประเทศไทย
15.นางโชนรังสี เฉลิมชัยกิจ มือพัฒนาเอสเอ็มอี ผู้คร่ำหวอดในธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์
16.นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ นักการเมือง (อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อดีต ส.ส. 8 สมัย อดีต รมว.วัฒนธรรม)
17.นายสุพล ฟองงาม ขุนพลอีสาน (อดีต ส.ส. และ รมว.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และอดีต รมช.มหาดไทย เพิ่งลาออกจากพรรคพลังประชารัฐ)
18.นายวัชระ กรรณิการ์ อดีตรองโฆษกรัฐบาล และอดีตรองโฆษกกระทรวงต่างๆ (อดีตโฆษกพรรพพลังประชารัฐ)
19.ดร.สันติ กีระนันทน์ อดีต ส.ส. และผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการทางการเงินและตลาดทุน (เพิ่งลาออกจากพรรคพลังประชารัฐ)
20.นางทักษอร คงคาประเสริฐ หญิงแกร่งวงการนวัตกรรม (ลาออกมาจากพรรคกล้า)
21.นายสรรเพ็ชญ ศรีสวัสดิ์ ผู้ช่วยประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จาก จ.กระบี่
22.นายอาสา วัฒนญานกุล ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและนักพัฒนาซอฟต์แวร์ด้านสุขภาพและการท่องเที่ยว
23.นายจิรมิตร เกษร ผู้นำด้านการเกษตรอินทรีย์แบบพึ่งพาตนเอง

“ปลัดมท.” สั่งด่วน “ผู้ว่าฯ ทั่วประเทศเร่งแก้ปัญหาควบคุมเนื้อหมูแพงหลังพบราคาสูงผิดปกติ

วันที่ 19 ม.ค.65 นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า จากปัญหาเนื้อสุกรมีราคาแพง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม มีความห่วงใยประชาชนที่จะได้รับผลกระทบจากปัญหาค่าครองชีพที่สูงขึ้น จึงได้มีบัญชาให้กระทรวงมหาดไทยในฐานะที่มีกลไกลในระดับจังหวัดประสานการปฏิบัติกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างเร่งด่วน รวมถึงป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (ASF) ขณะเดียวกัน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทยก็ได้เน้นย้ำให้หน่วยงานของกระทรวงมหาดไทยร่วมกับทุกภาคส่วนเร่งแก้ปัญหาหลังจากพบว่า ราคาเนื้อสุกรปรับตัวสูงขึ้นอย่างผิดปกติ ส่งผลให้ประชาชนได้รับผลกระทบเพื่อเป็นการแก้ปัญหาระยะยาวจนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติจึงได้สั่งการดังนี้

1.ให้ทุกจังหวัดจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวังและควบคุมโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร(AS F) โดยมอบหมายปศุสัตว์จังหวัดเป็นเลขานุการ

2.เร่งสำรวจข้อมูลฟาร์มสุกร/จำนวนสุกร/ผู้เลี้ยงสุกร ทั้งรายย่อย และรายใหญ่ที่ได้รับความเสียหายจากการระบาดของโรค ASF ให้ถูกต้อง ครบถ้วน เป็นปัจจุบัน และเตรียมมาตรการเยียวยาตามระเบียบของทางราชการที่เกี่ยวข้อง

3.กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่เฝ้าระวัง ควบคุม กำกับ การเคลื่อนย้ายสุกรและซากให้เป็นไปตามมาตรการที่กรมปศุสัตว์กำหนดอย่างเคร่งครัด

4.มอบหมายสำนักงานพาณิชย์จังหวัด ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ตรวจตราป้องกันการกักตุนเนื้อสุกร และกำกับดูแลร้านจำหน่ายเนื้อสุกรชำแหละ ให้ติดป้ายราคาสินค้าอย่างชัดเจน

5.ขอให้อำเภอกำชับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เจ้าหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและเครือข่ายประชาชนในพื้นที่ เฝ้าระวัง ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หากพบสุกรป่วยหรือตายผิดปกติให้แจ้งอาสาปศุสัตว์ประจำหมู่บ้าน หรือเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ทันที และ

6.ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลข่าวสารและช่วยเฝ้าระวัง และแจ้งเหตุให้ทราบผ่านศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด ผ่านหมายเลขโทรศัพท์ 1567 ทันที

นายกฯ ให้ “ก.ยุติธรรม” พิจารณาข้อเสนอแนะ “คกก.ตรวจสอบกฎหมายว่าด้วยการอภัยโทษ”

วันที่ 19 ม.ค.65 นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีข้อสั่งการเกี่ยวกับข้อเสนอแนะของคณะกรรมการตรวจสอบการดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการอภัยโทษ ดังนี้ ตามที่นายกรัฐมนตรีมีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 337/2564 ลงวันที่ 16 ธันวาคม 2564 แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการอภัยโทษ (คณะกรรมการ) ขึ้นดำเนินการตรวจสอบการดำเนินการในเรื่องดังกล่าว และเสนอแนะแนวทางการดำเนินการที่เหมาะสมนั้น คณะกรรมการได้รายงานผลการตรวจสอบและมีข้อเสนอแนะต่อนายกรัฐมนตรีภายในระยะเวลาที่กำหนด สรุปความได้ว่าการขอพระราชทานอภัยโทษทุกครั้งที่ผ่านมาดำเนินการตามแนวทางเดียวกัน

อย่างไรก็ดี ได้มีข้อเสนอแนะให้หน่วยงานที่รับผิดชอบ โดยเฉพาะกระทรวงยุติธรรมรับไปดำเนินการ ไม่ว่าจะเป็นการกำหนดหลักเกณฑ์ในการอภัยโทษ การเว้นช่วงเวลาในการอภัยโทษ การกำหนดสัดส่วนการลดโทษ การกำหนดระยะเวลาปลอดภัย การกำหนดหลักเกณฑ์
มีข้อสั่งการให้กระทรวงยุติธรรมพิจารณาเพิ่มเติมในประเด็นดังต่อไปนี้ด้วย

1.ผู้อยู่ในข่ายจะได้รับการเสนอชื่อเพื่อขอรับพระราชทานอภัยโทษควรต้องให้ความสำคัญแก่ทัศนคติหรือความสำนึกผิดชอบชั่วดีในความผิดที่ตนได้กระทำลง และการกระตือรือร้นเต็มใจจะกลับตนเป็นพลเมืองดีของสังคมมากกว่า การเป็นผู้มีความประพฤติเรียบร้อยหรือไม่ก่อความวุ่นวายในระหว่างต้องโทษซึ่งโดยปกติผู้ต้องโทษต้องปฏิบัติตาม หลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้สำหรับผู้ต้องโทษอยู่แล้ว ซึ่งจะต้องพิจารณาเป็นรายกรณีไป และบุคคลดังกล่าวควรต้องรับโทษตามคำพิพากษาอันถึงที่สุดมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 และสัดส่วนการลดโทษนั้น ควรเสนอลดโทษไม่เกิน 1 ใน 4 ทั้งนี้ เพื่อให้การลงโทษอาญาแก่ผู้กระทำความผิดเป็นไปตามเจตนารมณ์ของหลักการลงโทษอาญาที่เป็นสากล และเพื่อรักษาความปลอดภัยของสังคม

2.ปรับปรุงกระบวนการจัดชั้น และเลื่อนชั้นนักโทษ การตรวจสอบรายชื่อ รวมทั้งพฤติกรรมที่แสดงให้เห็นถึงความสำนึกผิดชอบชั่วดีของผู้จะเสนอชื่อ เพื่อรับพระราชทานอภัยโทษ โดยให้พนักงานอัยการหรือศาลเข้ามามีส่วนร่วมในการประเมินพฤติกรรมและให้ความเห็นประกอบด้วย

3.ให้กระทรวงยุติธรรม/กรมราชทัณฑ์ นำเสนอแนวปฏิบัติ/ปรับปรุงกฎระเบียบตามข้อ 1, 2 นำเสนอให้นายกรัฐมนตรี/คณะรัฐมนตรี ทราบโดยเร็วที่สุด ให้มีความพร้อมดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพ รัดกุม รอบคอบ และ โปร่งใส เพื่อไม่ให้เกิดเป็นข้อวิพากษ์วิจารณ์ขึ้นในสังคมเหมือนอย่างที่ผ่านมาเป็นอันขาด

ป.ป.ช.ฟัน ‘ดำรงค์ พิเดช’ ขนเจ้าหน้าที่รัฐร่วมชุมนุม ‘นปช.’ ปี 2555

วันที่ 19 มกราคม 2565 รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แจ้งว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดทางอาญา และวินัยกับนายดำรงค์ พิเดช ส.ส. บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าน และพันธุ์พืช กับพวก กรณีถูกกล่าวหาว่า กระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ

ถูกกล่าวหาว่า อนุมัติค่าใช้จ่ายโครงการฝึกอบรบจริยธรรมสำหรับเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติฯ จำนวน 2,500 คน เมื่อวันที่ 7-16 มิถุนายน 2555 ที่วัดธรรมกาย อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี และมีการศึกษาดูงานเกี่ยวกับการบริหารและจัดการสัตว์ป่า ที่สวนสัตว์ดุสิต โดยเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับการชุมนุมทางการเมืองของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ซึ่งพบว่า มีการนำเจ้าหน้าที่ของกรมอุทยานแห่งชาติฯ เข้าร่วมในการชุมนุมของ นปช. ด้วย

กรณีนี้คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติมาได้สักระยะ และมีการลงนามยืนยันมติครบถ้วนแล้ว ขั้นตอนหลังจากนี้คือส่งสำนวนไปยังอัยการสูงสุด (อสส.) เพื่อพิจารณาส่งฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต่อไป

สำหรับสำนวนการไต่สวนของ ป.ป.ช. ระบุว่า ที่ประชุม ป.ป.ช. มีมติเห็นชอบให้ดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงตามที่เลขานุการนำเสนอ และให้เพิ่มเติมการไต่สวน โดยมีการสอบปากคำอดีต ส.ว. ทั้งหมด 3 คน และอดีตข้าราชการระดับสูงอีก 1 คน รวมไปถึงสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และข้าราชการอื่น ๆ ประกอบด้วย

1.นายวันชัย สอนศิริ 2.นายตวง อันทะไชย 3.นายนริศ ขำนุรักษ์ 4.นายมโนพัศ หัวเมืองแก้ว อดีตอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ 5.ขอทราบข้อเท็จจริงและเอกสารที่เกี่ยวข้องจากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ว่าเคยได้รับเรื่องร้องเรียน และมีการตรวจสอบเรื่องดังกล่าวหรือไม่ และผลการตรวจสอบเป็นประการใด 6.ไต่สวนข้อเท็จจริง โดยสอบปากคำเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องของกรมอุทยานแห่งชาติฯ 7.ขอเอกสารประวัติการรับราชการ (ก.พ.7) ของผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 3 จากกรมอุทยานแห่งชาติฯ

You may also like

Leave a Comment