สถานการณ์รอบโลก วันพฤหัสบดีที่ 20 มกราคม

by admin
13 views

จีนเตือนเรือพิฆาตสหรัฐอย่ารุกล้ำทะเลจีนใต้ ถ้าไม่หยุดจะเกิดเหตุไม่คาดฝัน

โฆษกกองบัญชาการยุทธภูมิใต้แห่งกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน (PLA) กล่าวว่า เรือพิฆาต ‘ยูเอสเอส เบนโฟลด์’ ของสหรัฐแล่นเรือ “ล่วงล้ำ” เข้าเขตน่านน้ำจีนบริเวณหมู่เกาะพาราเซลในทะเลจีนใต้โดยไม่ได้รับอนุญาต ถือเป็นการละเมิดอำนาจอธิปไตยของประเทศ และกองทัพเรือกับกองทัพอากาศจีนได้ติดตามเรือลำดังกล่าวแล้ว

“เราขอเรียกร้องอย่างเป็นทางการให้ฝ่ายสหรัฐหยุดกระทำการยั่วยุดังกล่าวทันที มิฉะนั้นจะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ส่งผลร้ายแรงตามมา”
ขณะเดียวกัน กองทัพเรือสหรัฐกล่าวว่ากำลังดำเนินการร่างแถลงการณ์อยู่

ทั้งนี้ สหรัฐมักจะปฏิบัติภารกิจที่เรียกว่า “เสรีภาพในการเดินเรือ” ในทะเลจีนใต้เพื่อท้าทายการอ้างสิทธิ์เหนือเขตน่านน้ำของจีน
ส่วนจีนได้จัดตั้งกองกำลังด้านนอกขึ้นบนเกาะเทียมในน่านน้ำดังกล่าว ซึ่งมีหลายเส้นทางเดินเรือสำคัญตัดผ่าน อีกทั้งยังมีแหล่งก๊าซธรรมชาติและพื้นที่ประมงอุดมสมบูรณ์

ทะเลจีนใต้กลายเป็นจุดปะทุความขัดแย้งจุดหนึ่งในความสัมพันธ์แบบพร้อมปะทะระหว่างจีนกับสหรัฐ ฝ่ายสหรัฐปฏิเสธการอ้างสิทธิ์เหนือพื้นที่กว้างใหญ่ในทะเลจีนใต้ของจีนโดยอ้างว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย อย่างไรก็ดี ไต้หวัน, เวียดนาม, มาเลเซีย, บรูไน และฟิลิปปินส์ต่างก็อ้างสิทธิ์เหนือพื้นที่ทับซ้อนกันในบริเวณดังกล่าวเช่นกัน

“ไบเดน” ยันยังไม่ถึงเวลาที่จะยกเลิกมาตรการเก็บภาษีสินค้าจีน

ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐเปิดเผยว่า ยังไม่ถึงเวลาที่จะยกเลิกมาตรการทางภาษีที่อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์บังคับใช้กับจีน

ไบเดนเปิดเผยว่า นางแคเธอรีน ไท่ ผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) กำลังดำเนินการในประเด็นนี้ พร้อมเสริมว่า เขายังไม่มั่นใจถึงความเป็นไปได้ของการผ่อนปรนภาษี ขณะที่สหรัฐพยายามสร้างความมั่นใจว่า จีนจะรักษาข้อตกลงการค้าทวิภาคีที่ลงนามเมื่อปี 2563

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ภายใต้ข้อตกลงการค้าเฟสแรกนั้น จีนได้ตกลงที่จะซื้อสินค้าและบริการจากสหรัฐเพิ่มขึ้นจากปี 2560 อย่างน้อย 2 แสนล้านดอลลาร์ในช่วงปี 2563-2564 จะช่วยลดการขาดดุลทางการค้ากับจีนได้

ข้อมูลระบุว่า ในปี 2564 จีนมียอดเกินดุลการค้าสูงสุดเป็นประวัติการณ์กับสหรัฐ เนื่องจากชาวอเมริกันต้องการสินค้าที่ผลิตในจีนตั้งแต่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ไปจนถึงจักรยาน

ทั้งนี้ ยุทธศาสตร์ใหม่ต่อจีนของประธานาธิบดีไบเดน มีกำหนดเปิดตัวเมื่อปลายปี 2021 ได้ถูกเลื่อนออกไป และจนถึงตอนนี้เขายังคงรักษานโยบายของคณะบริหารอดีตประธานาธิบดีทรัมป์ไว้เป็นส่วนใหญ่ พร้อมเรียกร้องให้ผู้นำจีนชี้แจงถึงการละเมิดสิทธิมนุษยชนในฮ่องกงและต่อชาวมุสลิมอุยกูร์ในเขตปกครองตนเองซินเจียง

“ไบเดน” เปิดทำเนียบขาวต้อนรับสื่อครบรอบ 1 ปีเป็นประธานาธิบดีสหรัฐ

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวราว 30 คนจะได้รับเชิญให้เข้าสัมภาษณ์ไบเดนที่ทำเนียบขาวในวันที่19 มกราคมเวลา 16.00 น. ตามเวลาสหรัฐ หรือเช้า 20 ม.ค. เวลา 04.00 น. ตามเวลาไทย คาดว่าไบเดนจะเจอคำถามมากมาย เช่น ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐและรัสเซีย, การรับมือกับโควิด-19 และอนาคตเกี่ยวกับประชาธิปไตยในสหรัฐ

นอกจากนี้ ไบเดนยังมีกำหนดแถลงนโยบายประจำปี (State of the Union) ต่อสภาคองเกรส ตามคำเชิญของนางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ ในวันที่ 1 มี.ค. ซึ่งล่าช้ากว่าประธานาธิบดีสหรัฐคนอื่นๆ

นับเป็นครั้งแรกที่การแถลงนโยบายประจำปีจะมีขึ้นในเดือนมี.ค. หลังจากที่ผ่านมา ประธานาธิบดีสหรัฐมักจะแถลงในเดือนม.ค.หรือก.พ.
คาดว่าการกล่าวสุนทรพจน์ของไบเดนต่อสภาคองเกรสในครั้งนี้ เป็นการแถลงนโยบายต่อวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐเป็นครั้งแรกของไบเดน จะได้รับความสนใจไปทั่วโลก ท่ามกลางความขัดแย้งระหว่างสหรัฐกับจีน และรัสเซีย โดยคาดว่าไบเดนจะเริ่มต้นด้วยการกล่าวถึงความสำเร็จ และผลงานของรัฐบาลสหรัฐในปี 2021 โดยเขาจะกล่าวถึงการพุ่งขึ้นของตลาดหุ้นวอลล์สตรีท และความแข็งแกร่งของตลาดแรงงานสหรัฐ พร้อมกับจะกล่าวถึงสิ่งที่จะดำเนินการต่อไปในช่วงเวลาที่เหลือของการดำรงตำแหน่ง
ไบเดนทำพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 20 มกราคม 2021

ครบ 1 ปี : ไบเดนรับมะกันเหนื่อยล้ากับโควิด แต่สหรัฐดีขึ้นกว่าเดิม

ประธานาธิบดีโจ ไบเดน แห่งสหรัฐอเมริกาแถลงข่าวเนื่องในโอกาสครบรอบ 1 ปี การดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี โดยไบเดนรับว่าการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ชาวอเมริกันเหนื่อยล้าและหมดกำลังใจ แต่ยืนยันว่าหนึ่งปีแรกในการดำรงตำแหน่งของเขา การรับมือกับโควิด-19 ถือว่าได้ผลดีกว่าที่คาดหวัง

ไบเดนกล่าวว่า ประเด็นใหญ่ๆ ที่เขาต้องการจัดการให้สำเร็จลุล่วงมีตั้งแต่โครงการ และงบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจที่ยังคงค้างคาอยู่ในสภาของเกรส การรับมือกับภาวะเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการแพร่ระบาดของโควิด-19

ไบเดนกล่าวว่า เขาเชื่อมั่นว่าประเด็นสำคัญต่างๆ ที่เขาต้องการจะผลักดันจะแล้วเสร็จก่อนหน้าที่จะถึงการเลือกตั้งกลางเทอมในปีนี้ และเชื่อว่าผู้มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้งจะให้การสนับสนุนพรรคเดโมแครตหากได้รับข้อมูลอย่างครบถ้วน ทั้งยังวางแผนที่จะเดินทางไปทั่วประเทศอีกด้วย

รัฐบาลไบเดนยกระดับแผนสู้ “โควิด” แจกชุดตรวจ, หน้ากาก N95 ฟรี

สำนักข่าว Associated Press รายงานวันพุธที่ 19 มกราคมว่ารัฐบาลประธานาธิบดีโจ ไบเดน จะเริ่มให้ประชาชนรับหน้ากาก N95 ฟรีได้ในสัปดาห์หน้าโดยเตรียมจัดสรรไว้ 400 ล้านชิ้น

การขับเคลื่อนครั้งนี้เกิดขึ้นพร้อมๆ กับที่รัฐบาลเปิดให้ประชาชนสั่งจองชุดตรวจเชื้อโคโรนาไวรัสได้ สะท้อนถึงความพยายามของรัฐบาลกลางในการป้องกันการเเพร่ระบาดของเชื้อโควิดสายพันธุ์โอมิครอน

หน้ากากที่จะนำมาแจกจ่ายให้ประชาชนตามร้านขายยา และศูนย์ประจำชุมชนต่างๆ จะมาจากหน่วยงานบริหารสิ่งของจำเป็นทางยุทธศาสตร์ (Strategic National Stockpile) ซึ่งมีหน้ากากคุณภาพสูงเพื่อใส่ป้องกันการเเพร่เชื้อโรค จำนวนมากกว่า 750 ล้านชิ้น

ทำเนียบขาวกล่าวว่าการเเจกจ่ายทั่วประเทศจะเริ่มขึ้นปลายสัปดาห์หน้า และจุดรับหน้ากากตามร้านขายยาและศูนย์ประจำชุมชนต่างๆ จะเป็นสถานที่ที่มีความร่วมมือกับรัฐบาลมาเเล้วก่อนหน้านี้

ครั้งนี้จะเป็นการเเจกจ่ายหน้ากากฟรีให้เก่ประชาชนในสหรัฐฯครั้งเเรกโดยรัฐบาลกลางอเมริกันตั้งเเต่เกิดการระบาดของโคโรนาไวรัส

สายการบินหลายแห่งยกเลิก-เปลี่ยนเครื่องบินเข้าสหรัฐฯ เพราะระบบ 5G ใหม่

(20 มกราคม 2022) สำนักข่าวเอพรายงานว่าสายการบินหลักๆ หลายแห่งทั่วโลกประกาศยกเลิก หรือไม่ก็ เปลี่ยนประเภทของเครื่องบินของตนบินเข้าสหรัฐฯ ในวันพุธที่ 19 มกราคม หลังประเด็นความกังวลของผลกระทบจากการให้บริการโทรศัพท์มือถือ 5G ระบบใหม่ต่อเทคโนโลยีสื่อสารของเครื่องบินยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจนข้อพิพาทเกี่ยวกับความน่าจะเป็นที่ระบบ 5G แบบใหม่ในสหรัฐฯ อาจรบกวนระบบควบคุมความปลอดภัยทางการบินของเที่ยวบินต่าง ๆ รวมทั้งการขนส่งสินค้าทางอากาศ เริ่มส่งผลกระทบไปยังผู้ประกอบการธุรกิจการบินระหว่างประเทศรายอื่นๆ บ้างแล้ว เช่น สายการบิน เอมิเรตส์ (Emerates) ออล นิปปอน แอร์เวย์ (ANA) บริติชแอร์เวย์ (British Airways) และแอร์อินเดีย (Air India) ที่สั่งลดเที่ยวบินเข้าสหรัฐฯ ไปหลายเที่ยว แม้ว่า บริษัทโทรคมนาคมรายใหญ่ 2 บริษัท อันได้แก่ Verizon และ AT&T เพิ่งตกลงที่จะระงับการเปิดให้บริการเครือข่ายเทคโนโลยี 5G แบบใหม่สำหรับพื้นที่ใกล้สนามบินหลักๆ ของสหรัฐฯ ไว้ก่อนก็ตาม

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ของสหรัฐฯ ให้ความเห็นว่า แม้ผู้ประกอบการโทรคมนาคมทั้งสองจะยอมชะลอแผนงานของตนไว้ ยังมีความเป็นไปได้ที่ บางสายการบินจะตัดสินใจยกเลิกเที่ยวบินหรือเลื่อนตารางการบินออกไป เพราะประเด็นข้อจำกัดด้านอุปกรณ์บนตัวเครื่องบินบางประเภท

WHO แนะนานาชาติยกเลิกหรือผ่อนปรนการเดินทางข้ามพรมแดน

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า คณะกรรมการฉุกเฉินของ WHO ได้ยื่นข้อเสนอแนะชุดหนึ่งต่อผู้อำนวยการใหญ่ WHO ซึ่งตัดสินใจว่าการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ยังคงเป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ (PHEIC)

คณะกรรมการฯ ระบุว่า ไม่ควรใช้หลักฐานการฉีดวัคซีนป้องกันโควิดเป็นแนวทางหรือเงื่อนไขเดียวที่จะอนุญาตให้สามารถเดินทางระหว่างประเทศได้ เนื่องจากมีการเข้าถึงวัคซีนอย่างจำกัดทั่วโลก ตลอดจนการกระจายวัคซีนที่ไม่เท่าเทียมกัน

นอกจากนี้ คณะกรรมการยังแนะนำให้ประเทศต่าง ๆ ดำเนินการสอบสวนทางระบาดวิทยาของการแพร่ระบาดโควิด-19 ที่ปฏิสัมพันธ์ระหว่างคนและสัตว์ และกำหนดเป้าหมายการเฝ้าระวังสัตว์ที่เป็นตัวกลางและแหล่งสะสมโรคที่อาจเกิดขึ้น

ทั้งนี้ คณะกรรมการฯ ยังเรียกร้องให้มีการติดตามตรวจสอบแบบเรียลไทม์และแบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และวิวัฒนาการในสัตว์ โดยระบุว่า ข้อมูลดังกล่าวจะช่วยให้เข้าใจในภาพรวมและสามารถระบุเชื้อไวรัส ตลอดจนการประเมินความเสี่ยงด้านสาธารณสุขได้ทันท่วงที

อังกฤษยกเลิกกฎคุมเข้มสกัดโควิด ชี้พ้นช่วงโอมิครอนระบาดสูงสุดแล้ว

นายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ประกาศว่า นับจากนี้ไปการสวมใส่หน้ากากอนามัยจะไม่ได้เป็นสิ่งที่ต้องทำในที่สาธารณะ ขณะที่วัคซีนพาสปอร์ตก็จะไม่ต้องใช้ในการเข้าร่วมกิจกรรมขนาดใหญ่ เนื่องจากจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ได้ลดลงในพื้นที่เกือบทั้งหมดของประเทศแล้ว

จอห์นสันกล่าวกับสมาชิกรัฐสภาว่า การผ่อนคลายมาตรการคุมเข้มเป็นผลมาจากการที่นักวิทยาศาสตร์ซึ่งเป็นที่ปรึกษาของรัฐบาลระบุว่า การเพิ่มขึ้นของผู้ติดเชื้อรอบใหม่เป็นผลมาจากไวรัสกลายพันธุ์โอมิครอนได้ผ่านจุดสูงสุดไปแล้วทั่วประเทศ

จอห์นสันเปิดเผยว่า ขณะนี้มีเพียงพื้นที่ทางตอนเหนือที่ยังคงมีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นในโรงเรียน และมีจำนวนผู้เข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลเป็นจำนวนมาก แต่การเข้ารับการรักษาตัวในห้องพักผู้ป่วยหนักในพื้นที่อื่นๆ ของอังกฤษคงที่หรือลดน้อยลง

นับตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ 20 มกราคม เป็นต้นไป รัฐบาลไม่แนะนำให้คนทำงานจากบ้านพัก (WFH) หรือจำเป็นต้องสวมใส่หน้ากากอนามัย (Mask) ในชั้นเรียนสำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษา ขณะที่การแสดงโควิดพาส (Covid Pass) สำหรับการเข้าร่วมกิจกรรมขนาดใหญ่จะยกเลิกในวันที่ 27 มกราคม เช่นเดียวกับการบังคับให้ทุกคนต้องสวมใส่หน้ากากอนามัย

ขณะนี้มีชาวอังกฤษที่อายุเกิน 60 ปี มากกว่า 90% ที่เข้ารับวัคซีนเข็มกระตุ้นแล้ว

อินเดียขยายเวลาระงับเที่ยวบินระหว่างประเทศถึง 28 ก.พ.นี้ สกัดโควิด-19

สำนักงานการบินพลเรือนของอินเดีย (DGCA) ออกแถลงการณ์วว่า อินเดียจะยังคงระงับเที่ยวบินพาณิชย์ระหว่างประเทศทั้งขาเข้าและขาออกจนถึงวันที่ 28 ก.พ. เนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

DGCA ระบุว่า มาตรการดังกล่าวจะไม่มีผลบังคับใช้กับเที่ยวบินขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ รวมถึงเที่ยวบินที่ได้รับการอนุมัติจาก DGCA เป็นกรณีเฉพาะ

ออสเตรเลียไฟเขียววัคซีนโนวาแวกซ์-ยาเม็ดต้านโควิด 2 เจ้า

สำนักงานผลิตภัณฑ์รักษาโรคแห่งออสเตรเลีย (TGA) ประกาศอนุมัติให้ใช้วัคซีนนูวาโซวิด (Nuvaxovid) ของบริษัทโนวาแวกซ์สำหรับการฉีด 2 โดสแรกในออสเตรเลีย รัฐบาลออสเตรเลียได้สั่งซื้อวัคซีนดังกล่าวไปแล้ว 51 ล้านโดส

ทั้งนี้ คณะที่ปรึกษาทางเทคนิคด้านการสร้างภูมิคุ้มกันแห่งออสเตรเลีย (ATAGI) จะเป็นผู้ชี้ขาดว่า วัคซีนนูวาโซวิดจะเปิดให้ฉีดแก่คนกลุ่มอายุใดบ้าง

นายเกร็ก ฮันท์ รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขออสเตรเลีย กล่าวว่า เขาหวังว่าชาวออสเตรเลียส่วนน้อยที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 จะออกมาฉีดนูวาโซวิดเมื่อวัคซีนพร้อมให้บริการในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

นอกจากนี้ TGA ยังประกาศอนุมัติการใช้งานยาแพ็กซ์โลวิด (Paxlovid) ของบริษัทไฟเซอร์ และยาลาเกวริโอ (Lagevrio) ของบริษัทเมอร์ค ชาร์ป แอนด์ โดห์ม อีกด้วย นับว่าเป็นยาเม็ดรักษาโควิด 2 เจ้าแรกที่ได้รับอนุมัติในออสเตรเลีย

ออสเตรเลียรายงานวันนี้ ( 20 มกราคม)ว่า พบผู้ติดเชื้อโควิดในประเทศมากกว่า 70,000 ราย และมีผู้เสียชีวิต 60 ราย โดยแบ่งเป็น 25 รายในรัฐนิวเซาท์เวลส์, 15 รายในรัฐวิกตอเรีย, 11 รายในรัฐเซาท์ออสเตรเลีย และ 9 รายในรัฐควีนส์แลนด์

อัตราว่างงานออสเตรเลียต่ำสุดในรอบ 13 ปี ร่วงแตะ 4.2% อานิสงส์จ้างงานคึกคัก

(20 มกราคม) สำนักงานสถิติแห่งชาติออสเตรเลีย (ABS) เปิดเผยในวันนี้ว่า อัตราว่างงานปรับตัวลดลงสู่ 4.2% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนส.ค.ปี 2551 และอยู่ต่ำกว่าระดับการประมาณการโดยเฉลี่ยที่ 4.5% โดยเศรษฐกิจออสเตรเลียมีการจ้างงานเพิ่ม 64,800 ตำแหน่ง เมื่อเทียบกับการคาดการณ์ที่ 60,000 ตำแหน่ง

“ในปี 2565 นี้ ประสบการณ์จากต่างประเทศชี้ให้เห็นว่า ผลกระทบของเชื้อไวรัสโอมิครอนจะมีความรุนแรง แต่คงอยู่ในระยะเวลาสั้น ๆ เท่านั้นและสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจน้อยกว่าสายพันธุ์ที่แล้วมา” นางซาราห์ ฮันเตอร์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ประจำออสเตรเลียของบริษัท BIS Oxford Economics กล่าว “ข้อมูลของวันนี้สนับสนุนมุมมองของเราว่า ธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเร็วกว่าที่ได้ส่งสัญญาณเอาไว้ในปัจจุบันเป็นอันมาก”

สำหรับผลสำรวจการจ้างงานฉบับนี้นั้นจัดทำขึ้นในช่วง 2 สัปดาห์แรกของเดือนธ.ค.2021 ซึ่งเป็นช่วงที่ยอดผู้ติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์โอมิครอนยังคงอยู่ในระดับต่ำ

ลูกสาวดูเตอร์เตเผยหากชนะเลือกตั้ง จะบังคับเกณฑ์ทหารชาวฟิลิปปินส์อายุ 18 ปีทุกคน

เว็บไซต์อินไควเรอร์ดอทเน็ตรายงานเมื่อวันที่ 20 มกราคมว่า ซารา ดูเตอร์เต-คาร์ปิโอ นายกเทศมนตรีเมืองดาเวาบุตรสาวของประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตอร์เต แห่งฟิลิปปินส์ ประกาศหนึ่งในแผนงานของเธอหากชนะเลือกตั้ง ในงาน มะนิลา เวอร์ฌวล คาราวาน ที่จัดผ่านระบบทางไกล เมื่อวันที่ 19 มกราคมว่า หากเธอได้รับเลือกตั้งเป็นรองประธานาธิบดี เธอจะผลักดันให้มีการบังคับเกณฑ์ทหารสำหรับชาวฟิลิปปินส์ทุกคนที่มีอายุครบ 18 ปีบริบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง

ซารากล่าวยกตัวอย่างว่าในหลายประเทศที่มีการเกณฑ์ทหารเข้ารับใช้ชาติ เช่น เกาหลีใต้ และ อิสราเอล โดยชี้ว่าฟิลิปปินส์ไม่ควรมีเพียงการฝึกกำลังพลสำรองที่ฝึกกันเพียงหนึ่งสัปดาห์หรือหนึ่งเดือนใน 1 ปี หากเธอชนะเลือกตั้ง เธอจะหารือกับสภาคองเกรสให้ผ่านร่างกฎหมายว่าด้วยการเกณฑ์ทหารดังกล่าว

การเลือกตั้งประธานาธิบดีและรองฯที่จะมีขึ้นในเดือนพฤษภาคมนี้

ทั้งนี้ฟิลิปปินส์มีการฝึกกำลังพลสำรอง (อาร์โอทีซี) เป็นโครงการฝึกทหารรับใช้ชาติในกลุ่มนักศึกษาระดับอุดมศึกษาด้วยความสมัครใจ เพื่อมุ่งผลิตทหารกองหนุนต่อไป

iPhone ครองอันดับ 1 ในตลาดสมาร์ทโฟนทั่วโลกช่วงไตรมาสที่ 4 ปี 2021

การสำรวจจาก Canlys บริษัทด้านการวิเคราะห์ข้อมูลด้านการตลาดและเทคโนโลยีเปิดเผยให้เห็นว่า iPhone สมาร์ท โฟนจากบริษัท Apple ยังคงเป็นสมาร์ทโฟนที่ได้รับความนิยมมากที่สุดเป็นอันดับ 1 ของโลกในช่วงไตรมาสที่ 4 ปี 2021 นักวิเคราะห์เชื่อว่าสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ iPhone 13 ที่ได้รับการปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้งานและความสามารถด้านอื่น ๆ รวมไปถึงยอดจำหน่าย iPhone 13 ในประเทศจีน แม้ว่าบริษัทจะประสบปัญหาด้านซัพพลายชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์เนื่องจากผลกระทบจาก COVID-19 ก็ตาม

ในช่วงไตรมาสที่ 4 ปี 2021 ส่วนแบ่งการตลาดของ iPhone คิดเป็น 22% ของตลาดสมาร์ทโฟนทั่วโลก อันดับ 2 เป็นสมาร์ตชทโฟนจากบริษัท Samsung มีส่วนแบ่งการตลาดคิดเป็น 20% อันดับ 3 บริษัท Xiaomi มีส่วนแบ่งการตลาดคิดเป็น 12% อันดับ 4 บริษัท OPPO มีส่วนแบ่งการตลาดคิดเป็น 9% และอันดับ 5 บริษัท VIVO มีส่วนแบ่งการตลาดคิดเป็น 8%

เมืองในประเทศยูกันดา “ห้าม” ผู้หญิงนั่งหน้าคู่คนขับ อ้าง “กระโปรงสั้น-ขาอ่อน” ทำให้เกิดอุบัติเหตุ

เอเอฟพี รายงานว่า สมาคมพ่อค้าในเมืองลีรา ทางเหนือของสาธารณรัฐยูกันดา ประกาศ “ห้าม” ผู้หญิงนั่งที่เบาะผู้โดยสารด้านหน้ารถบรรทุก หลังจากพิจารณาแล้วว่า กระโปรงสั้น และขาอ่อน สามารถทำให้ผู้ขับขี่วอกแวก และเป็นสาเหตุของอุบัติเหตุบนท้องถนน

คำสั่งห้ามดังกล่าว ห้ามแม้แต่ “ภรรยาของคนขับรถ” ก็ไม่มีสิทธินั่งด้านหน้าคู่กับสามี โดยให้มีผลบังคับใช้ทันที เพื่อความปลอดภัย
“ผู้หญิงบางคนสวมกระโปรงสั้น เผยให้เห็นต้นขา และทำให้คนขับรถวอกแวก ไม่มีสมาธิ และสุดท้ายก็ทำให้เกิดอุบัติเหตุ มีผู้โดยสารบนรถเสียชีวิต “แพทริค โอปิโอ โอโบเต ประธานกลุ่มพ่อค้ารถเคลื่อนที่ ให้สัมภาษณ์เอเอฟพี เมื่อวันพุธที่ 19 มกราคม

โอโบเต อ้างว่าการตัดสินดังกล่าวมีขึ้นหลังจาก มีการตรวจสอบเกี่ยวกับอุบัติเหตุบนท้องถนนที่เกี่ยวข้องกับคนขับรถบรรทุก “เราพบว่า นอกเหนือจากการขับรถด้วยความเร็วสูง และไม่ปฎิบัติตามกฎจราจรของคนขับรถบบรรทุก การที่มีผู้หญิงนุ่งสั้นนั่งเบาะด้านหน้าคู่คนขับ และการที่ผู้หญิงบางคนพาคนขับรถไปบาร์ ไปดื่มเหล้า ลงท้ายคนขับรถเหล่านั้น ก็ทำให้เกิดอุบัติเหตุ”

มีรายงานข่าวว่า คำสั่งห้ามนี้ มีขึ้นหลังจาก อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 มกราคม ที่มีพ่อค้าเสียชีวิต 9 คน มีผู้บาดเจ็บราว 20 คน เมื่อรถบรรทุกที่กำลังขับมาจากตลาดนัด ใกล้กับเมืองลีรา พลิกคว่ำ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ระบุว่ามีสาเหตุจากการขับรถโดยประมาทและขับรถเร็ว
อลิซ มูกวันยา กาบิเจ นักต่อสู้เพื่อสิทธิสตรี กล่าวว่า คำสั่งนี้เป็นกระทำที่ไม่จำเป็น และเป็นการกระทำของ “ลัทธิคลั่งผู้ชาย” ทั้งยังเป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญของยูกันดา ห้ามไม่ให้มีเพศใดเพศหนึ่งเข้ามามีส่วนร่วมในงานประจำวันอย่างอิสระ

ญี่ปุ่นเผชิญโควิด-19 ระบาดรุนแรง พบผู้ติดเชื้อรายใหม่วันเดียวเกิน 4.1 หมื่น

(20 ม.ค. 65) เว็บไซต์เกียวโดนิวส์ รายงานรัฐบาลญี่ปุ่นตัดสินใจประกาศให้กรุงโตเกียว และพื้นที่อื่นๆ อีก 12 แห่งอยู่ภายใต้มาตรการเกือบเท่าภาวะฉุกเฉินนับตั้งแต่วันศุกร์ที่ 21 ม.ค.-13 ก.พ.2565 ขณะที่ยอดผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่ทั่วประเทศพุ่งทะยานขึ้นไปถึง 41,487 ราย เชื้อโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่โอมิครอนกำลังแพร่ระบาดติดเชื้ออย่างรวดเร็วไปทั่วประเทศ

การตัดสินใจประกาศใช้มาตรการเกือบเท่าภาวะฉุกเฉิน จะเป็นการอนุญาตให้สำนักงานบริหารมหานครโตเกียว และสำนักงานบริหารในพื้นที่อีก 12 จังหวัดสามารถสั่งปิดร้านอาหาร ผับบาร์เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดรอบใหม่ของโรคโควิด-19 ซึ่งนับเป็นการระบาดระลอกที่ 6 ในญี่ปุ่น

นายกรัฐมนตรีฟูมิโอะ คิชิดะ แห่งญี่ปุ่นกล่าวระหว่างการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 ของรัฐบาลว่า การประกาศให้กรุงโตเกียวและอีก 12 จังหวัดอยู่ภายใต้มาตรการเกือบเท่าภาวะฉุกเฉินเพื่อต่อสู้กับเชื้อการระบาดของโควิด-19 และรัฐบาลหวังว่าจะเอาชนะการระบาดครั้งนี้ได้ด้วยการเตรียมพร้อม และการใช้มาตรการที่เหมาะสมโดยไม่หวั่นวิตกเกินไป

เหตุระเบิดรุนแรงท่อส่งน้ำมันดิบจากอิรักไปตุรกี หลังไฟไหม้ลามดับเรียบร้อย

เมื่อวันที่ 19 ม.ค. สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานว่า เกิดเหตุการณ์เพลิงลุกไหม้รุนแรง และมีการระเบิดต่อเนื่องหลายระลอก หลังจากท่อส่งน้ำมัน “เคอร์คุก-ซีฮาน” ในจังหวัดคาฮ์รามันมารัส ทางตะวันออกเฉียงใต้ของตุรกี ได้เกิดการระเบิดรุนแรง เปลวไฟไหม้ลามมาบนถนนหลวง กีดขวางการสัญจรและเป็นอันตรายต่อแหล่งชุมชนที่พักอาศัยใกล้เคียง

ท่อส่งน้ำมันเส้นนี้ เป็นท่อส่งจากแหล่งน้ำมันดิบในอิรักไปยังตุรกี มีประมาณการส่งวันละ 450,000 บาร์เรล เหตุการณ์นี้ยังเกิดขึ้นในช่วงที่ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกทะยานสูงสุดในรอบ 7 ปี

รายงานข่าวระบุว่า จนถึงตอนนี้เจ้าหน้าที่ดับเพลิงสามารถระงับไฟไหม้ได้แล้ว และท่อส่งน้ำมันได้รับการซ่อมแซมกลับมาใช้ได้ตามปกติ ขณะที่ยังไม่ทราบสาเหตุที่ชัดเจนของการเกิดระเบิดครั้งนี้ ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันอังคารที่ 18 ม.ค. ไหม้ลามต่อเนื่องมาเป็นเวลา 2 วัน ก่อนที่เพลิงจะสงบลง ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดคาฮ์รามันมารัส เผยว่ายังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้.

อัยการนิวยอร์กยืนยัน บริษัทของทรัมป์หลอกลวงธนาคาร และเจ้าหน้าที่สรรพากร

(20 มกราคม) สำนักข่าว เอพี รายงานโดยอ้างข้อมูลจากอัยการรัฐนิวยอร์กว่า มีหลักฐานจากการสืบสวนที่ชี้ว่า ธุรกิจของอดีตประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ นั้นทำการประเมินมูลค่าสินทรัพย์ “อันหลอกลวง และชี้นำให้เข้าใจผิด” เพื่อขอกู้เงิน และประโยชน์ทางภาษี

ทีมทนายความของ อัยการสูงสุดนครนิวยอร์ก เลทิเชีย เจมส์ (Letitia James)ยื่นเรื่องต่อศาลในช่วงค่ำของวันอังคารที่ 18 มกราคมตามเวลาในสหรัฐฯ โดยระบุในเอกสารว่า ทางอัยการยังไม่ได้ตัดสินใจว่า จะทำการฟ้องผู้ใดเกี่ยวกับกรณีฉ้อโกงดังกล่าว แต่ทีมสืบสวนประสงค์ที่จะทำการสอบปากคำอดีตประธานาธิบดีและบุตรคนโต 2 คน อย่างเป็นทางการ เพื่อการสอบคดีแพ่ง

ขณะเดียวกัน กลุ่มบริษัท ทรัมป์ ออร์แกนิเซชั่น (Trump Organization) ออกคำแถลงในวันพุธที่ระบุว่า การสืบสวนดังกล่าว เป็นการสืบสวน “ที่ไม่มีมูล” และเกิดขึ้นเพราะมีเหตุจูงใจทางการเมือง

โดยสรุปอัยการสืบว่าทรัมป์ฯได้เพิ่มมูลค่าทรัพย์สินของตนเกินความเป็นจริง เพื่อขอกู้เงินสถาบันการเงินให้ได้มาก แต่เมื่อถึงเวลาเสียภาษี กลับตีราคาทรัพย์สินน้อย เพื่อจะได้เสียภาษีทรัพย์สินถูกลงถือเป็นการหลอกลวงธนาคาร และเจ้าหน้าที่สรรพากร

You may also like

Leave a Comment