เล่นหุ้น บล.ระวังภาษี / สุนันท์ ศรีจันทรา

by admin
23 views

หุ้นกลุ่มบริษัทหลักทรัพย์หรือบริษัทโบรกเกอร์ กำลังกลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง ราคาวิ่งแรงกันยกแผง พุ่งทะยานชนเพดานกันเป็นลูกระนาด แต่นักลงทุนที่แห่เก็งกำไร ต้องระมัดระวัง เพราะมรสุมลูกใหญ่รอถล่มใส่หุ้นกลุ่มนี้ หากกรมสรรพกรเก็บภาษีการขายหุ้น

การฟื้นคืนสู่ความคึกคึกของหุ้นบริษัทหลักทรัพย์ เกิดจากหลายปัจจัยสนับสนุน โดยบรรยากาศการลงทุนที่คึกคัก นักลงทุนหน้าใหม่หลั่งไหลเข้าตลาดหุ้น ทำให้มูลค่าการซื้อขายหุ้นเติบโตขึ้นมาก

ปี 2564 มูลค่าซื้อขายหุ้นเฉลี่ยต่อวัน 93,845.64 ล้านบาท เพิ่มขึ้นมาจากปี 2563 ที่มีมูลค่าซื้อขายหุ้นเฉลี่ยต่อวัน 68,606.91 ล้านบาท ทำให้รายได้จากค่านายหน้าซื้อขายเพิ่มขึ้น

นอกจากนั้นยังมีหุ้นใหม่เข้ามาจดทะเบียนจำนวนมาก จึงมีรายได้จากค่าธรรมเนียมการเป็นที่ปรึกษาทางการเงินและการเป็นจัดการจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นเข้ามาเสริม

รายได้ของบริษัทหลักทรัพย์ที่เติบโต ทำให้จ่ายเงินปันผลได้มากขึ้น และคาดว่า ไตรมาสที่ 4 ปี 2564 ผลประกอบการจะออกมาดี จึงเกิดแรงซื้อดักเก็งกำไร ขณะที่บริษัทหลักทรัพย์หลายแห่ง กำลังรุกเข้าไปในธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลหรือคริปโตเคอร์เรนซี ซึ่งกลายเป็นอีกปัจจัยกระตุ้นหุ้นบริษัทหลักทรัพย์ทั้งกลุ่ม

หุ้นบริษัทหลักทรัพย์หลายแห่งมีผลประกอบการที่ดีต่อเนื่องมาหลายปีแล้ว ค่า พี/อี เรโช ต่ำกว่า 10 เท่า อัตราเงินปันผลตอบแทนระดับ 5% แต่เนื่องจากนักลงทุนกังวลในการแข่งขันที่รุนแรงในธุรกิจหลักทรัพย์ โดยเฉพาะการตัดราคาค่านายหน้าการซื้อขายหุ้น ซึ่งบางโบรกเกอร์ คิดค่านายหน้าเพียง 0.03% หรือมูลค่าซื้อขาย 1 ล้านบาท คิดค่านายหน้าเพียง 300 บาทเท่านั้น

สงครามการแข่งขันตัดราคาค่านายหน้าที่ดุเดือดในอดีต โดยเฉพาะค่านายหน้า 0% หรือไม่คิดค่านายหน้าซื้อขายหุ้น ทำให้โบรกเกอร์แทบล้มตายกันเป็นเบือมาแล้ว นักลงทุนจึงกลัวภาพหลอนการแข่งขันในอดีต และไม่กล้าเข้าไปเล่นหุ้นบริษัทหลักทรัพย์อยู่หลายปี แม้จะมีปัจจัยพื้นฐานที่ดีก็ตาม

แต่ตลาดหุ้นที่คึกคัก มูลค่าการซื้อขายที่พุ่งขึ้นเฉียด 100,000 ล้านบาทต่อวัน โบรกเกอร์ทุกรายรอดแน่ และโบรกเกอร์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงในอันดับต้น ๆ กำไรมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง ขณะที่การขยายธุรกิจไปสู่คริปโตเคอร์เรนซี จะทำให้รายได้บริษัทหลักทรัพย์เพิ่มขึ้นอีก

นักลงทุนจึงแห่ไปลุยหุ้นบริษัทหลักทรัพย์กันฝุ่นตลบ และลืมไปว่า หุ้นกลุ่มนี้มีข่าวร้ายที่กำลังคืบคลานเข้ามา

กระทรวงการคลังยืนยันแล้ว จะต้องเก็บภาษีการขายหุ้น ในอัตรา 0.10% ของมูลค่าการขายหุ้นตั้งแต่ 1 ล้านบาทขึ้นไป ซึ่งแม้จะไม่ส่งผลกระทบต่อนักลงทุนรายย่อยประเภทแมลงเม่า แต่จะส่งผลกระทบต่อนักลงทุนรายใหญ่ เจ้ามือหุ้น หรือเจ้าของหุ้นที่ตั้ง “นอมินี” หรือตัวแทนเปิดบัญชีซื้อขายหุ้นแทน

รวมทั้งนักลงทุนต่างชาติและนักลงทุนสถาบันหรือกองทุนในประเทศด้วย

มูลค่าการซื้อขายจะลดฮวบลง เพราะพฤติกรรมการซื้อขายเก็งกำไรด้วยความถี่ในลักษณะวันต่อวันหรือวันละหลายรอบจะถูกจำกัดลง ขณะที่การสร้างราคาหุ้น การพยุงราคาหุ้น หรือการจุดพลุเก็งกำไรหุ้นจะทำได้ยากขึ้น

เพราะรายใหญ่ เจ้ามือหรือเจ้าของหุ้น มีภาระต้นทุนสูง ในการโยนคำสั่งซื้อขายเพื่อสร้างภาพลวงตา

มูลค่าการซื้อขายหุ้นที่เกิดจากขาใหญ่ เจ้ามือหรือเจ้าของหุ้น รวมทั้งต่างชาติ เฉลี่ยแต่ละวันน่าจะมีจำนวนหลายหมื่นล้านบาท และถ้านักลงทุนกลุ่มนี้ชะลอหรือพยุงการซื้อขาย

มูลค่าการซื้อขายหุ้นรวมของตลาดจะลดลงทันที ซึ่งหมายถึงรายได้จากค่านายหน้าของโบรกเกอร์จะทรุดตาม

หุ้นบริษัทหลักทรัพย์ทำท่าจะกลับมาสู่ความรุ่งโรจน์ อาจต้องวเผชิญผลกระทบระลอกใหญ่ จากการเก็บภาษีขายหุ้นที่กระทรวงการคลังกำลังทำคลอดออกมา

นักลงทุนที่กำลังวิ่งเข้าใส่หุ้นบริษัทหลักทรัพย์ อย่าเพลิดเพลินกับการเก็งกำไร จนลืมไปว่า ข่าวร้ายกำลังรอถล่มหุ้นกลุ่มนี้

ประกาศเก็บภาษีขายหุ้นเมื่อไหร่ หุ้นบริษัทหลักทรัพย์ดิ่งลงเหวแน่

You may also like

Leave a Comment